ตู้คอนโทรลไฟฟ้า หรือ ตู้ควบคุมไฟฟ้า คืออะไร?
ตู้คอนโทรลไฟฟ้า หรือ ตู้ควบคุมไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำหน้าที่ในการจัดการ ป้องกัน และควบคุม การทำงานและระบบการจ่ายไฟฟ้าให้แก่เครื่องจักรภายในบ้านหรือโรงงานอุตสาหกรรม โดยจะมีบทบาทสำคัญเป็นพิเศษกับสถานที่ที่มีการใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก เพราะเครื่องจักรหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภท มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าไม่เท่ากัน จึงต้องมีตู้คอนโทรลเป็นตัวกลางในการจัดระเบียบการจ่ายไฟฟ้าอย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาไฟฟ้าโหลดเกิน และปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อการใช้งาน จนเกิดปัญหาติดขัดในการใช้งาน
ประเภทของตู้คอนโทรลไฟฟ้า มีอะไรบ้าง?
ตู้คอนโทรลไฟฟ้าสามารถแบ่งตามรูปแบบการทำงานได้ทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้
1. ตู้ MDB
ตู้ MDB ทำหน้าที่ในการเป็นตู้คอนโทรลหลักในโรงงาน หรือระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ จะมีการรับไฟโดยตรงมาจากการไฟฟ้าฯ เพื่อจ่ายไฟฟ้าไปยังตู้ควบคุมย่อยอื่น ๆ ภายในอาคารอีกที โดยภายในตู้ MDB จะรองรับระบบไฟตามโครงสร้างอาคาร ซึ่งมีให้เลือกทั้งตู้คอนโทรลไฟฟ้า 1 เฟสสำหรับส่วนสำนักงานหรือระบบทั่วไป และตู้คอนโทรลไฟฟ้า 3 เฟส สำหรับเครื่องจักรใหญ่และมอเตอร์ขนาดใหญ่ในโรงงาน
อ่านบทความเพิ่มเติม : ติดตั้งตู้ MDB อย่างไรให้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด?
2. ตู้ DB
ตู้ DB คือ ตู้คอนโทรลไฟฟ้าย่อยที่รับกระแสไฟฟ้ามาจากตู้ MBD อีกที โดยจะทำการจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังส่วนย่อยต่าง ๆ เช่น การกระจายไฟฟ้าไปแต่ละชั้น และการกระจายไฟฟ้าไปยังฝ่ายผลิตย่อย ทำให้ง่ายต่อการกระจายไฟฟ้า และเมื่อเกิดความขัดข้องในการทำงาน จะกระทบเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น ไม่ใช่ระบบไฟฟ้าทั้งระบบ
3. ตู้ PLC
ตู้ PLC คือ ตู้คอนโทรลไฟฟ้าที่ใช้สำหรับควบคุมระบบอัตโนมัติภายในโรงงาน โดยจะประมวลผลจากโปรแกรมที่มีการเขียนเอาไว้ เพื่อควบคุมระบบแมคคานิกส์ สายพานลำเลียง หรือไลน์การผลิตอัตโนมัติ ทำให้ขั้นตอนเหล่านี้มีความราบรื่น และลดความผิดพลาดจากการทำงานของมนุษย์ได้
4. ตู้ Control Panel
ตู้ Control Panel คือ ตู้คอนโทรลไฟฟ้าที่ใช้นอกสถานที่หรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมไม่คงที่ เช่น ความชื้น ฝุ่น และมลภาวะต่าง ๆ โดยอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบเป็นตู้คอนโทรลประเภทนี้ จะต้องผ่านการรองรับมาตรฐาน IP ที่สูง เช่น IP55 หรือ IP65 เป็นต้น

องค์ประกอบของตู้คอนโทรล มีอะไรบ้าง
ตู้คอนโทรลไฟฟ้าไม่ใช่แค่ตู้โล่ง ๆ ที่สามารถควบคุมการทำงานและการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับส่วนต่าง ๆ ได้ แต่มีองค์ประกอบสำคัญหลายชิ้น ที่มีคุณสมบัติและความสำคัญแตกต่างกัน ดังนี้
- เบรกเกอร์ / คอนซูมเมอร์ยูนิต: ทำหน้าที่ตัดวงจรไฟฟ้าอัตโนมัติเมื่อเกิดกระแสไฟเกิน หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร เพื่อป้องกันระบบพังเสียหาย
- ฟิวส์: อุปกรณ์สำหรับตัดไฟในระบบกระแสไฟฟ้า เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ในระบบมากเกินไป หรือเกิดความผิดปกติกับวงจรไฟฟ้า
- สวิตช์: อุปกรณ์ที่ใช้สั่งการในการเปิด/ปิดวงจรไฟฟ้า ระบบการจ่ายไฟของตู้คอนโทรลไฟฟ้า
- รีเลย์: อุปกรณ์ที่ใช้สั่งการในการเปิด/ปิดวงจรไฟฟ้า โดยจะใช้กระแสไฟฟ้าขนาดเล็ก มาควบคุมกระแสไฟฟ้าที่ใหญ่กว่าอีกที
- คอนแทคเตอร์: อุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟไปยังเครื่องจักร
- มิเตอร์: เครื่องวัดที่หน้าตู้เพื่อแสดงค่าพารามิเตอร์ทางไฟฟ้า เช่น แรงดัน (Volt), กระแส (Ampere) และกำลังไฟฟ้า (Watt)
- บัสบาร์: แท่งโลหะตัวนำไฟฟ้า ใช้เป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้าปริมาณมากในตู้ MDB แทนการใช้สายไฟเส้นหนา ๆ
- ไฟแสดงสถานะ: ไฟแสดงสัญญาณการทำงานของตู้คอนโทรลไฟฟ้า
- หม้อแปลงไฟฟ้า: ทำหน้าที่ในการแปลงกระแสไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการจ่ายออกไปใช้งาน
- อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก: ช่วยป้องกันแรงดันไฟฟ้าที่สูงขึ้นเกินไป เพื่อลดความเสียหายที่เกิดกับอุปกรณ์ส่วนอื่น ๆ ภายในตู้
แนะนำบทความที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ Overload ในระบบไฟฟ้าคืออะไร? ส่งผลต่อระบบความปลอดภัยอย่างไร?
วิธีการพิจารณาเลือกใช้ตู้คอนโทรลไฟฟ้าให้เหมาะสม
1. พิจารณาขนาดโหลดไฟฟ้า
ก่อนการติดตั้ง วิศวกรหรือช่างไฟต้องทำการตรวจสอบขนาดโหลดไฟฟ้าที่ต้องการใช้ เพื่อตัดสินใจติดตั้งตู้คอนโทรลไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ตู้คอนโทรลไฟฟ้า 1 เฟส, ตู้คอนโทรลไฟฟ้า 3 เฟส
2. พิจารณาสภาพแวดล้อมในการติดตั้ง
ตู้คอนโทรลมีทั้งแบบ Custom และตู้คอนโทรลไฟฟ้าสำเร็จรูป ก่อนตัดสินใจเลือกนอกจากจะพิจารณาถึงความต้องการในการใช้ไฟฟ้าแล้ว ยังต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมในการติดตั้งด้วย เพราะวัสดุของอุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิด อาจไม่เหมาะสมกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมบางประเภท
3. พิจารณามาตรฐานความปลอดภัย
อุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละประเภทมีความเกี่ยวข้องกับการใช้งานในระบบไฟฟ้าที่มีความซับซ้อน หากเลือกใช้ชิ้นส่วนที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย อาจทำให้เกิดอันตรายระหว่างใช้งานได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจติดตั้ง ควรตรวจสอบมาตรฐานให้ละเอียด หรือเลือกตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถืออย่าง ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ ที่คัดสรรมาเฉพาะผู้ผลิตชั้นนำของไทยและต่างประเทศ
อ่านบทความเพิ่มเติม : IEC Standard คืออะไร? ทำไมอุปกรณ์ไฟฟ้าในโรงงานต้องได้มาตรฐานนี้
4. พิจารณาบริษัทรับติดตั้ง
นอกจากการเลือกตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าที่น่าเชื่อถือแล้ว ขั้นตอนการติดตั้งก็เป็นอีกปัจจัยที่เป็นตัวตัดสินว่าระบบการจ่ายไฟฟ้าของโรงงานจะเป็นไปอย่างราบรื่นหรือไม่ ขอแนะนำ ณัฐภูมิ วิศวกรรม บริษัทรับออกแบบ ติดตั้ง และซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า จัดการกับระบบไฟฟ้ามาแล้วทุกรูปแบบ

ณัฐภูมิ วิศวกรรม จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้ามาตรฐานอุตสาหกรรม
หัวใจสำคัญของการมีตู้คอนโทรลไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน คือ การเลือกทั้งตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า และบริษัทติตตั้งที่มีประสบการณ์ สามารถพิจารณาเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน และคัดสรรเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีมาตรฐานสากลรองรับ พวกเรา ณัฐภูมิ วิศวกรรม เป็นบริษัทรับออกแบบ ติดตั้ง และซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าครบวงจร พร้อมด้วย ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ พาร์ตเนอร์คนสำคัญ ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลายประเภท สามารถให้คำปรึกษา ตรวจสอบหน้างาน และติดตั้งตู้คอนโทรลไฟฟ้าให้สมบูรณ์ได้อย่างปลอดภัย
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา หรือโทร 098-291-4911 และแอดไลน์ @npeng
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตู้คอนโทรลไฟฟ้า
1. ตู้คอนโทรลไฟฟ้าสำเร็จรูป ดีกว่าตู้ Custom อย่างไร?
ตู้สำเร็จรูปจะมีข้อดีเรื่องความรวดเร็วในการจัดหา ราคาประหยัด และได้มาตรฐานการผลิตจากโรงงานผู้ผลิตตู้โดยตรง เหมาะกับงานควบคุมมาตรฐานที่ระบบไม่ซับซ้อนมาก
2. เราควรทำความสะอาดและบำรุงรักษา (PM) ตู้คอนโทรลไฟฟ้าบ่อยแค่ไหน?
สำหรับอาคารพาณิชย์ทั่วไปควรทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่หากเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่มีฝุ่น ละอองน้ำมัน หรือเปิดใช้งานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง แนะนำให้ทำความสะอาด ดูดฝุ่น และขันจุดต่อสายทุก ๆ 6 เดือน
3. หากต้องการเพิ่มเครื่องจักรใหม่ในโรงงาน สามารถต่อพ่วงไฟจากตู้คอนโทรลไฟฟ้าเดิมได้เลยไหม?
ก่อนต่อพ่วงต้องให้วิศวกรทำการคำนวณกระแสไฟฟ้ารวมในการใช้งาน และตรวจสอบพิกัดของเมนเบรกเกอร์รวมถึงขนาดสายไฟหลักของตู้ก่อน หากตรวจสอบแล้วพบว่ายังมีกำลังไฟเหลือพอก็สามารถต่อเพิ่มได้
