การทำ Thermoscan ไฟฟ้าคืออะไร? ทำไมจึงมีความสำคัญกับระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม
การทำ Thermoscan ไฟฟ้าเป็นเทคโนโลยีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าด้วย Thermal Imaging หรือ การถ่ายภาพความร้อน ที่สามารถตรวจจับคลื่นความร้อนอินฟราเรด จากอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยไม่ต้องสัมผัสโดยตรง เพื่อป้องกันอันตรายในการตรวจสอบ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ทำงานโดยการแปลงพลังงานความร้อนที่แผ่ออกมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เป็นภาพสีที่แสดงการกระจายตัวของอุณหภูมิ ช่วยให้วิศวกรไฟฟ้าสามารถมองเห็นจุดร้อนผิดปกติที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
ความสำคัญของ Thermoscan ไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ที่การตรวจจับจุดร้อนผิดปกติที่เป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดไฟไหม้หรือเครื่องจักรหยุดทำงาน โดยความร้อนสะสมในระบบไฟฟ้ามักเกิดจาก
- จุดต่อสายไฟหรือจอสัมผัสมีความต้านทานสูง
- จุดยึดหรือ Terminal หลวม
- โหลดของวงจรสูงกว่าปกติ
- โหลดแต่ละเฟสไม่สมดุล
- อุปกรณ์มีการเสื่อมสภาพ
- ระบบระบายความร้อนทำงานไม่ดี
หากการตรวจ Thermoscan ไฟฟ้า พบว่ามีจุดที่เกิดความร้อนสูงผิดปกติภายในระบบไฟฟ้า ควรรีบตรวจสอบรายละเอียดเบื้องต้นก่อน หากไม่พบสาเหตุของปัญหา หรือไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง ควรรีบแจ้งช่างผู้เชี่ยวชาญในการเข้าตรวจสอบระบบไฟฟ้าโรงงานทันที ก่อนที่ระบบจะเกิดความขัดข้อง

บริเวณที่นิยมใช้ Thermoscan ในการตรวจสอบ
การตรวจ Thermoscan ไฟฟ้า จะไม่ได้ตรวจสอบทั้งระบบของการทำงานภายในโรงงาน โดยจุดที่นิยมตรวจสอบด้วยวิธีการนี้ ได้แก่
1. ตู้ MDB (Main Distribution Board)
ตู้ MDB เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการจ่ายกำลังไฟไปยังส่วนต่าง ๆ ของโรงงานไฟฟ้า มีอุปกรณ์ย่อยอีกหลายชิ้นรวมอยู่ด้านใน การ Thermoscan ตู้ MDB จะช่วยเปรียบเทียบอุณหภูมิของจุดต่อหรืออุปกรณ์ที่ทำงานภายใต้สภาวะใกล้เคียงกัน เพื่อค้นหาจุดที่ร้อนผิดปกติ สำหรับบริเวณที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ เช่น
- ขั้วต่อสาย
- จุดต่อ Busbar
- Main Breaker
- Feeder Breaker
- Lug และ Terminal
- รอยต่อระหว่างตัวนำ
2. เบรกเกอร์ (Breaker)
อุปกรณ์ป้องกันที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า จุดตรวจสอบที่สำคัญ ได้แก่ ขั้วต่อทั้งด้านเข้าและด้านออก ตัวเบรกเกอร์เอง และกลไกการทำงานภายใน ความร้อนผิดปกติในเบรกเกอร์อาจเป็นสัญญาณของการสัมผัสไม่ดีที่ขั้วต่อ การโอเวอร์โหลดที่ใกล้ถึงจุดตัดไฟ หรือการเสื่อมสภาพของกลไกภายใน
3. บัสบาร์ (Busbar)
ทำหน้าที่เป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าหลักในระบบจ่ายไฟ จุดเสี่ยงที่ต้องตรวจ ได้แก่ จุดต่อระหว่างบัสบาร์ จุดต่อกับเบรกเกอร์ และพื้นผิวบัสบาร์เอง ความร้อนสะสมในบัสบาร์มักเกิดจากการหลวมของน็อตยึด การกัดกร่อนของพื้นผิวสัมผัส หรือการไหลของกระแสไฟที่ไม่สม่ำเสมอ
4. จุดต่อสาย (Cable Connection)
Cable Lug, Terminal และรอยต่อสายเป็นบริเวณที่เหมาะกับการตรวจ Thermalscan ไฟฟ้า เพราะความต้านทานที่จุดต่อสามารถสร้างความร้อนเมื่อมีกระแสไหล หากพบจุดร้อน ไม่ควรรีบขันจุดต่อขณะมีกระแสไฟ แต่ควรประเมินความเสี่ยง วางแผนตัดไฟ และแก้ไขตามขั้นตอนความปลอดภัยของระบบนั้น
5. หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer)
หม้อแปลงไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อระบบไฟฟ้าทั้งหมด เพราะทำหน้าที่ในการแปลงกระแสไฟฟ้าให้เหมาะกับการใช้งาน ก่อนจะส่งต่อไฟใช้งาน จุดตรวจที่สำคัญ ได้แก่ ตัวหม้อแปลงเอง ขั้วต่อแรงดันสูงและแรงดันต่ำ ระบบระบายความร้อน และระบบน้ำมันหม้อแปลง ความร้อนผิดปกติในหม้อแปลงอาจเป็นสัญญาณของปัญหาภายใน เช่น น้ำมันเสื่อมสภาพ ขดลวดชำรุด หรือระบบระบายความร้อนไม่มีประสิทธิภาพ
อ่านบทความเพิ่มเติม: การบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าสำคัญอย่างไร? วิธีดูแลเพื่อความปลอดภัย

ความถี่ที่เหมาะสมในการตรวจ Thermoscan ไฟฟ้า
ความถี่ในการตรวจตามมาตรฐาน Thermoscan ไฟฟ้าควรทำอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง โดยเฉพาะการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีที่โรงงานอุตสาหกรรมต้องปฏิบัติตาม สำหรับโรงงานที่มีโหลดไฟฟ้าสูงหรือใช้อุปกรณ์เก่าควรเพิ่มความถี่การตรวจเป็น 3-4 ครั้งต่อปี เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะโรงงานที่ดำเนินงาน 24 ชั่วโมง หรือมีเครื่องจักรที่ใช้กระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ การตรวจบ่อยขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาร้ายแรง
สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นคือการตรวจ Thermoscan ควรทำในขณะที่ระบบไฟฟ้ากำลังทำงาน เพื่อให้เห็นภาพความร้อนที่เกิดขึ้นจริงในสภาวะการใช้งานปกติ การตรวจในขณะที่ระบบไม่มีโหลดพลังงานไฟฟ้า จะไม่สามารถตรวจพบปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน
ขั้นตอนในการตรวจ Thermal Scan ไฟฟ้า
การอ่านผลภาพความร้อนจาก Thermoscan เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจสเกลสีในภาพความร้อน โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนดังนี้
1. การเตรียมความพร้อม
ขั้นตอนแรกจะเริ่มจากการเตรียมความพร้อมทั้งหมด เช่น การวางแผนจุดที่ต้องการตรวจสอบ การเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น การติดต่อเจ้าหน้าที่วิศวกร และการแจ้งแก้พนักงานที่ทำงานให้ทราบ ว่าจะต้องมีการตรวจ Thermoscan ไฟฟ้า ควรปฏิบัติตัวยังไงระหว่างการทดสอบ เพื่อความปลอดภัย และไม่ทำให้การดำเนินงานหยุดชะงัก
2. การเริ่มต้นตรวจสอบ
เมื่อมีการเตรียมพร้อมทั้งอุปกรณ์ จุดที่ต้องการตรวจสอบ และแจ้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ทราบแล้ว สามารถเริ่มต้นการตรวจ Thermal Scan ไฟฟ้าได้เลย เมื่อนำกล้องไปถ่ายบริเวณอุปกรณ์หรือระบบไฟฟ้า ภาพจะปรากฏเป็นอุณหภูมิสีแดง ส้ม เหลือง น้ำเงิน ซึ่งแสดงถึงระดับความร้อนของแต่ละจุด
อ่านบทความเพิ่มเติม: การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า (Preventive Maintenance) คืออะไร ทำไมทุกโรงงานต้องทำ?
3. การวิเคราะห์ข้อมูลจากผลที่ได้
หลังจากได้ภาพถ่ายความร้อนของบริเวณที่ต้องการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว สามารถนำภาพที่ได้มาวิเคราะห์ว่าระดับความร้อนในแต่ละส่วนมีจุดที่ผิดปกติหรือไม่ หากมีจะมีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง โดยในส่วนนี้ควรวิเคราะห์โดยวิศวกรไฟฟ้า หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในงานระบบไฟฟ้า เพื่อความถูกต้อง
4. การแก้ไขปัญหาตามจุดที่เกิด
เมื่อค้นหาสาเหตุของความผิดปกติที่ทำให้เจอจุดร้อนแล้ว ควรเริ่มวางแผนในการหาวิธีแก้ไขให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาที่ร้ายแรงมากขึ้นระหว่างการใช้งาน โดยอาจเป็นการซ่อมแซมจุดเล็ก ๆ หรือการเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ใหม่ก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับระดับความร้ายแรงของปัญหา
ประโยชน์ของการตรวจ Thermoscan เป็นประจำในโรงงานอุตสาหกรรม
การตรวจ Thermoscan ไฟฟ้า ถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันปัญหาไฟไหม้ ไฟฟ้าลัดวงจร และกรณีเครื่องจักรทำงานผิดปกติ โดยประโยชน์ของการทำ Thermal Scan ไฟฟ้า ได้แก่
- ช่วยค้นหาความผิดปกติก่อนอุปกรณ์เสีย:ตรวจพบอุณหภูมิที่ต่างจากปกติ เพื่อให้ฝ่ายซ่อมบำรุงตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนอุปกรณ์หยุดทำงาน
- ช่วยลดความเสี่ยงด้านอัคคีภัย:ช่วยตรวจหาจุดต่อที่มีความต้านทานสูงหรืออุปกรณ์ที่ร้อนผิดปกติ เพื่อลดความเสี่ยงจากความเสียหายทางไฟฟ้าที่อาจลุกลาม
- ช่วยลด Unplanned Downtime:เมื่อพบจุดผิดปกติได้เร็ว สามารถวางแผนหยุดซ่อมในช่วงเวลาที่เหมาะสม แทนการหยุดกระบวนการผลิตแบบฉุกเฉิน
- ช่วยติดตามแนวโน้มของปัญหา:เปรียบเทียบผลการตรวจในแต่ละรอบ เพื่อดูแนวโน้มอุณหภูมิ และประเมินว่าอุปกรณ์กลับสู่ภาวะปกติหลังการซ่อมหรือไม่
ทำไมต้องเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าที่มีความเชี่ยวชาญ
การตรวจ Thermoscan ไฟฟ้า เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน และการตรวจสภาพอุปกรณ์ เพราะช่วยให้เราสามารถมองเห็นความผิดปกติของอุณหภูมิที่ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะบริเวณตู้ MDB เบรกเกอร์ บัสบาร์ จุดต่อสาย และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีโหลดใช้งานต่อเนื่อง โดยควรใช้บริการจากบริษัทรับตรวจสอบระบบไฟฟ้าโรงงาน ที่มีทั้งประสบการณ์ และใบรับรอง เพื่อความแม่นยำในการตรวจสอบ โดยสามารถใช้บริการได้จาก ณัฐภูมิ วิศวกรรม ให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าแรงสูง-ต่ำ
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา หรือโทร 098-291-4911 และแอดไลน์ @npeng
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การตรวจ Thermoscan ไฟฟ้า
Q: Thermoscan ไฟฟ้าใช้เวลาในการตรวจสอบนานแค่ไหน?
A: ไม่มีระยะเวลาตายตัว ขึ้นอยู่กับจำนวนตู้ จำนวนจุดตรวจ การเข้าถึงอุปกรณ์ ขนาดระบบ ขั้นตอนความปลอดภัย และการบันทึกข้อมูล
Q: ตรวจ Thermoscan แล้วต้องแก้ไขทันทีหรือไม่?
A: ขึ้นอยู่กับระดับความร้ายแรงของปัญหาที่พบ แต่โดยทั่วไปแล้วควรรีบแก้ไขปัญหาทันทีที่พบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลามมากขึ้น
Q: Thermoscan สามารถตรวจหาปัญหาอื่น ๆ นอกจากระบบไฟฟ้าได้หรือไม่?
A: ได้ เทคโนโลยี Thermal Imaging สามารถตรวจหาปัญหาอื่นๆ เช่น การรั่วไหลของความร้อนในระบบท่อ ปัญหาฉนวนกันความร้อนในอาคาร หรือการทำงานผิดปกติของเครื่องจักรที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
Q: ควรเลือกผู้ให้บริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างไรให้ได้คุณภาพ?
A: ควรพิจารณาทั้งความรู้ด้าน Thermography ความเข้าใจระบบไฟฟ้า ประสบการณ์หน้างาน ความเหมาะสมและการดูแลเครื่องมือ ตลอดจนคุณภาพของรายงาน และการอบรมหรือรับรองบุคลากรตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
