หม้อแปลงไฟฟ้ามีหน้าที่อย่างไรในระบบไฟฟ้า
หม้อแปลงไฟฟ้า หรือ Tranformer เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการแปลงและส่งต่อไฟฟ้า เพื่อให้มีความเหมาะสมกับการใช้งาน หากหม้อแปลงไฟฟ้ามีการทำงานผิดปกติ แรงดันไฟฟ้าที่ถูกปล่อยออกมาจะไม่ตรงกับแรงดันที่ต้องการใช้งาน ส่งผลให้เครื่องจักรหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย นอกจากนี้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า เช่น สายไฟ อาจเกิดการชำรุดได้
โดยปกติแล้วในทุก ๆ โรงงาน จึงต้องมีการ PM ระบบไฟฟ้าประจำปี เพื่อตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ทุกส่วนภายในระบบ และทำการแก้ไขก่อนเกิดปัญหา ซึ่งบริการตรวจสอบนี้จะรวมไปถึงการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าด้วย เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของระบบไฟฟ้า ที่มีบทบาทสำคัญในการทำงาน

ความสำคัญของการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า
1. ป้องกันความเสียหายของระบบไฟฟ้า
ระบบไฟฟ้าเป็นระบบที่มีความซับซ้อนสูงมาก ทั้งขั้นตอนในการติดตั้งและจำนวนอุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบ หากละเลยการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าจนเกิดปัญหา จะทำให้ระบบไฟฟ้าเกิดความเสียหายในหลาย ๆ ส่วน จนเกิดค่าใช้จ่ายที่บานปลายในการซ่อมแซม
2. เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
หม้อแปลงไฟฟ้าชำรุดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟรั่วและไฟไหม้ จนสร้างอันตรายถึงแก่ชีวิตให้กับพนักงานที่ทำงานในหน้าที่นั้น ๆ การซ่อมแซมทันทีที่พบว่าเกิดปัญหา จะช่วยลดอันตรายได้อย่างทันท่วงที
3. ลดโอกาสหยุดชะงักของระบบไฟฟ้า
สำหรับโรงงานและอุตสาหกรรมการผลิต ช่วงเวลาที่เครื่องจักรหยุดชะงักเพียงแค่ 5 นาที ก็ทำให้เกิดความเสียหายต่อการทำงาน จนกระทบไปถึงต้นทุน ยอดขาย และกำไรอย่างมหาศาล ซึ่งบางครั้งอาจเกิดมาจากสาเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น สายข้อต่อหลวม การบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาดเหล่านี้ได้
4. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม
จากที่กล่าวไปแล้วว่าระบบไฟฟ้ามีความซับซ้อน และมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งค่อนข้างสูง แน่นอนว่าการซ่อมแซมก็เช่นกัน บางครั้งแม้โรงงานจะวางแผนการผลิตมาอย่างรัดกุมแล้ว แต่ต้นทุนเหล่านี้อาจเพิ่มสูงขึ้นจากค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหม้อแปลงและระบบไฟฟ้า
แนะนำบทความที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ PM ระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม VS อาคารสำนักงาน แตกต่างกันอย่างไร?
สัญญาณเตือนว่าหม้อแปลงไฟฟ้าของคุณผิดปกติ
ก่อนการตัดสินใจบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า ต้องรู้วิธีการสังเกตความผิดปกติก่อน ดังนี้
1. มีเสียงดังผิดปกติ
โดยปกติแล้วระหว่างการทำงาน หม้อแปลงไฟฟ้าจะมีเสียงดังออกมาเป็นระยะอยู่แล้วจากสนามแม่เหล็กด้านใน แต่เมื่อไรที่เสียงที่ดังออกมาดังกว่าปกติ อาจแปลว่าแรงดันภายในหม้อแปลงมีมากเกินไป หรือขดลวดมีปัญหา
2. มีอุณหภูมิสูงผิดปกติ
การละเลยการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า มีโอกาสทำให้หม้อแปลงเกิดความร้อนผิดปกติ จนทำให้เกิดการไหม้ระหว่างทำงาน หรืออาจร้ายแรงไปจนถึงขั้นหม้อแปลงระเบิด ส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าทั้งหมดที่ถูกเชื่อมต่อเอาไว้
3. มีน้ำมันรั่วออกมาภายนอก
ปัญหาน้ำมันรั่วออกมาจากหม้อแปลงไฟฟ้ามักมีสาเหตุมาจาก ซีลเสื่อมสภาพ แรงดันภายในถังสูง รอยร้าวบริเวณถัง การกระแทก และการบำรุงรักษาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอันตรายของหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีน้ำมันรั่ว คือ การสูญเสียฉนวนภายใน ไฟไหม้ หม้อแปลงชำรุด และเกิดการปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อม
4. ระบบไฟฟ้าขัดข้องบ่อย
ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า เช่น ไฟตก ไฟกะพริบ เบรกเกอร์ทริป แต่ไม่สามารถหาสาเหตุเจอ เพราะบางครั้งเราอาจโฟกัสกับตู้ไฟ หรือสายไฟมากจนเกินไป ซึ่งความจริงแล้วปัญหาเหล่านี้เกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีปัญหา ทำให้อาจเกิดปัญหาของไฟฟ้าลัดวงจร ได้
แนะนำบทความ 5 สัญญาณเตือนหม้อแปลงไฟฟ้าในโรงงาน พร้อมวิธี PM ก่อนเสียหาย เพื่อช่วยให้คุณตรวจสอบะบบไฟฟ้าเบื้องต้นได้

ขั้นตอนการตรวจสอบและบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า
1. ตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นของหม้อแปลงไฟฟ้า
ขั้นตอนการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า เริ่มได้ด้วยการตรวจสอบสภาพภายนอกเบื้องต้น เช่น รอยแตกร้าว รอยรั่ว รอยไหม้ หรือความผิดปกติที่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตา จากนั้นจึงทำการจดบันทึกเอาไว้ แล้วทำการปรึกษาร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสรุปสาเหตุของการชำรุด และหาวิธีในการซ่อมแซม
2. ทดสอบไฟฟ้าในหม้อแปลงไฟฟ้า
หลังจากตรวจสอบเบื้องต้นภายนอกไปแล้ว ต่อมาจะทำการตรวจสอบความเสียหายและความผิดปกติภายในหม้อแปลงไฟฟ้า สามารถทำได้หลายวิธี เช่น
- การใช้เครื่อง Megger สำหรับวัดความต้านทานฉนวนภายในหม้อแปลง ว่ายังสามารถทำงานได้ปกติอย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่
- การใช้โอห์มมิเตอร์ (Ohmmeter) หรือ มัลติมิเตอร์ (Multimeter) สำหรับวัดค่าความต้านทานของขดลวดด้านใน
- การใช้ Thermal Scanner หรือเครื่องตรวจจับความร้อน ในการหาจุด Hot Spot ที่มีความร้อนผิดปกติบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ซึ่งเป็นสัญญาณของการเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วไหล
- ตรวจสอบน้ำมันภายในหม้อแปลง จากนั้นทำการกรองหรือเปลี่ยนใหม่ตามปัญหาที่เจอ โดยเติมปริมาณน้ำมันให้อยู่ในระดับที่กำหนด
3. ทำความสะอาดเบื้องต้น
หลังจากตรวจสอบความผิดปกติของหม้อแปลงไฟฟ้าทั้งภายนอกและภายในแล้ว ในขั้นตอนนี้จะเป็นการทำความสะอาดคราบสกปรกที่เกาะอยู่โดยรอบ โดยสามารถใช้แปรงหรืออุปกรณ์เฉพาะในการขัดคราบออก จากนั้นให้ใช้ลมอัดหรือเครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดด้านในของหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งขั้นตอนนี้ควรอาศัยความเชี่ยวชาญของช่างที่มีประสบการณ์ หรือเลือกใช้บริการซ่อมบำรุงและการตรวจสอบระบบไฟฟ้าในอาคารประจำปีกับ ณัฐภูมิ วิศวกรรม
4. ซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด
ซ่อมแซมส่วนที่เกิดการชำรุดด้วยการเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ใหม่ โดยในขั้นตอนนี้ไม่ควรทำด้วยตัวเองหากไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ เพราะอาจเกิดอันตรายจากกระแสไฟที่ยังหลงเหลืออยู่ด้านใน ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่ามีการปิดสวิตช์และตัดวงจรไฟเรียบร้อยแล้วก่อนเริ่มดำเนินการ
5. ทดสอบการทำงานหลังซ่อมแซม
หลังตรวจสอบ ซ่อมแซม และทำความสะอาดจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทดสอบการทำงานดูว่ายังมีอาการผิดปกติหรือไม่ หากไม่มีแล้วก็สามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ
ข้อควรระวังในการ PM ระบบไฟฟ้า
1. การตัดกระแสไฟฟ้า
ก่อนเริ่มทำงานทุกครั้งจำเป็นต้องตัดกระแสไฟให้สมบูรณ์ และตรวจสอบว่าไม่มีไฟฟ้าค้างอยู่ในระบบ รวมถึงติดป้ายเตือนเพื่อป้องกันไม่ให้มีคนเผลอเปิดสวิตช์ระหว่างซ่อม เนื่องจากแม้ปิดไฟแล้วก็อาจยังมีพลังงานตกค้างที่เป็นอันตรายได้
2. การดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ
การซ่อมบำรุงหม้อแปลงไฟฟ้า ถือเป็นการทำงานกับวงจรและกระแสไฟฟ้า ซึ่งมีความอันตรายจากทั้งแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าแรงสูง เพื่อความปลอดภัยจึงต้องดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าจริง ๆ ที่มีทั้งความรู้และประสบการณ์ในการทำงาน
3. การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันอย่างรัดกุม
การตรวจสอบและบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า ไม่ใช่แค่การตรวจสอบเฉย ๆ แต่ยังรวมไปถึงขั้นตอนในการขนย้ายหม้อแปลงซึ่งบางครั้งต้องใช้เครื่องมือในการช่วย ดังนั้น ช่างหรือวิศวกรที่ดำเนินการ ควรมีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม และสามารถป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างทำงาน
อ่านบทความที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ วิธีเลือกขนาดหม้อแปลงไฟฟ้า ให้เหมาะกับการใช้งานในอาคารและโรงงาน
การตรวจสอบระบบไฟฟ้าในอาคารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน
การบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นเพียงแค่ส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น เพราะการตรวจสอบระบบไฟฟ้าในอาคารให้ครบวงจร (ตั้งแต่ตู้ MDB ไปจนถึงเต้ารับ) จะช่วยลดความเสี่ยงอัคคีภัยได้สูงสุด โดยเฉพาะการทำ Thermo Scan หรือการส่องกล้องความร้อน เพื่อหาจุดที่กระแสไฟเดินไม่สะดวก ซึ่งมักจะเป็นสาเหตุหลักของไฟไหม้โรงงาน แน่นอนว่าขั้นตอนเหล่านี้ควรใช้บริการจากบริษัท ณัฐภูมิ วิศวกรรม เพื่อความปลอดภัยในการดำเนินการ รวมไปถึงความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบหาสาเหตุ และซ่อมแซมอย่างตรงจุดที่สุด
อ่านบทความที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ งานติดตั้งระบบไฟฟ้าโรงงานคืออะไร? งานสำคัญเพื่อการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน
การบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าคือการลงทุนที่คุ้มค่า
สรุปได้ว่าการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีอย่างสม่ำเสมอทุกปี ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า จะช่วยป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน และช่วยให้ระบบไฟฟ้าของคุณทำงานได้อย่างราบรื่น โดยไม่มีการหยุดชะงักจนกระทบต่อธุรกิจของคุณ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนได้
คุณสามารถสอบถามรายละเอียด ราคาค่าบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าและดูแลบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าแรงสูง กับบริษัท ณัฐภูมิ วิศวกรรม โดยผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าครบวงจร
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา หรือโทร 098-291-4911 และแอดไลน์ @npeng
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า
1. น้ำมันหม้อแปลงเสื่อมสภาพเกิดจากอะไร?
เกิดจากความร้อนสูง, ความชื้นจากอากาศ และปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งทำให้เกิดตะกอนในถังหม้อแปลง
2. การทำ Thermo Scan สำคัญอย่างไรต่อหม้อแปลง?
ช่วยตรวจหาจุดหลวมที่ขั้วลูกถ้วยและจุดต่อ Busbar ซึ่งเป็นจุดที่มักจะเกิดความร้อนสะสมและนำไปสู่การเกิดไฟไหม้ได้บ่อยที่สุด
3. ทำไมต้องเลือกวิศวกรที่มี กว. ในการตรวจรับรอง?
เพื่อความถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และให้มีผู้รับผิดชอบตามกฎหมายหากเกิดอุบัติเหตุจากการตรวจสอบที่ผิดพลาด
