ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าชาร์จไฟรถไฟฟ้า

ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าไฟในการชาร์จรถ EV มีอะไรบ้าง?

การคำนวณว่าค่าชาร์จรถไฟฟ้ากี่บาทนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญ 4 ตัวที่ส่งผลต่อต้นทุนการชาร์จจริง ได้แก่

1. ขนาดแบตเตอรี่ของรถ

ความจุแบตเตอรี่รถ EV แสดงเป็นหน่วย kWh หรือกิโลวัตต์-ชั่วโมง ขนาดของรถแต่ละคันจะมีขนาดของแบตเตอรี่ที่แตกต่างกันตามไปด้วย ซึ่งส่งผลต่อระยะเวลาและปริมาณการชาร์จไฟฟ้าเข้าไปให้เต็ม โดยปกติจะนิยมชาร์จให้อยู่ที่ประมาณ 80% และเหลือไม่น้อยกว่า 20% เพื่อป้องกันแบตเตอรี่เสื่อม โดยขนาดของแบตเตอรี่ตามรถ เช่น

  • รถขนาดเล็กมีแบตเตอรี่ 45-50 kWh ต้องชาร์จไฟให้เต็มประมาณ 27-30 kWh
  • รถขนาดกลางมีแบตเตอรี่ 55-65 kWh ต้องชาร์จไฟให้เต็มประมาณ 33-39 kWh
  • รถขนาดใหญ่ มีแบตเตอรี่ 70-80 kWh ต้องชาร์จไฟให้เต็มประมาณ 42-48 kWh

2. ระดับแบตเตอรี่คงเหลือก่อนชาร์จ

State of Charge หรือ SoC คือ เปอร์เซ็นต์พลังงานที่มีอยู่ในแบตเตอรี่ สมมติว่ารถมีแบตเตอรี่ 60 kWh และต้องการชาร์จจาก 20% ไป 80% เท่ากับเติมแบตเตอรี่ 60% ของความจุทั้งหมด

วิธีการคำนวณ 60 kWh × (80% – 20%) = 36 kWh

ดังนั้น ปริมาณของไฟฟ้าที่ต้องชาร์จ คือ 36 kWh ไม่ใช่ 60 kWh

3. ความสูญเสียระหว่างการชาร์จ

ปริมาณไฟฟ้าที่ถูกวัดจากมิเตอร์ไม่ได้เข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ 100% เพราะมีความสูญเสียจากอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น

  • On-board Charger
  • ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถ
  • สายและอุปกรณ์ไฟฟ้า
  • ระบบจัดการอุณหภูมิของแบตเตอรี่

4. อัตราค่าไฟที่ใช้งาน

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการคำนวณว่าค่าชาร์จไฟรถไฟฟ้ากี่บาท? คือ อัตราค่าไฟบ้านที่ใช้งาน เพราะที่พักอาศัยแต่ละประเภทมีอัตราค่าไฟที่แตกต่างกัน รวมไปถึงประเภทของมิเตอร์ที่ใช้งานร่วมด้วย สำหรับบ้านที่ใช้มิเตอร์ปกติจะคิดค่าพลังงานแบบขั้นบันได ส่วนบ้านที่เลือกใช้มิเตอร์ TOU จะคิดราคาตามช่วงเวลา

สูตรและวิธีคำนวณค่าไฟชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอย่างละเอียด

การคำนวณเพื่อหาค่าไฟชาร์จรถ EV อาจไม่แม่นยำ 100% เพราะในบิลค่าไฟยังต้องรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่า FT ที่มีความผันผวนไปตามปัจจัยต่าง ๆ แต่สามารถคำนวณแบบคร่าว ๆ เพื่อเปรียบเทียบตัวเลขความคุ้มค่า ก่อนตัดสินใจติดตั้ง EV Charger ที่บ้านได้ ดังนี้

1. คำนวณพลังงานที่ต้องเติมเข้าแบตเตอรี่ = ความจุแบตเตอรี่ × (SoC หลังชาร์จ – SoC ก่อนชาร์จ)

แบตเตอรี่ 60 kWh
เริ่มชาร์จ 20%
หยุดชาร์จ 80%

60 × 0.60 = 36 kWh

2. นำไปคูณอัตราค่าไฟ

ค่าชาร์จ ≈ จำนวนที่ต้องชาร์จ × ราคาค่าไฟต่อ kWh

36 × 4.3583 = ประมาณ 156.898 บาท

จะได้เป็นค่าใช้จ่ายเบื้องต้นสำหรับการคำนวณค่าไฟรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อมีการชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน และใช้มิเตอร์ทั่วไปในการคิดค่าไฟ

หมายเหตุ ราคาค่าไฟอ้างอิงตามราคาสูงสุดของที่อยู่อาศัยประเภทที่ 1 www.pea.co.th/sites/default/files/users/user34/attachments/Electricity_Tariff_SEP_2026

มิเตอร์ tou ชาร์จรถไฟฟ้า

มิเตอร์ TOU คืออะไร?

มิเตอร์ TOU (Time of Use) เป็นระบบมิเตอร์ไฟฟ้าที่คิดค่าไฟแตกต่างกันตามช่วงเวลาการใช้งาน แตกต่างจากมิเตอร์ปกติที่คิดอัตราเดียวตลอดวัน ระบบ TOU ออกแบบมาเพื่อกระจายการใช้ไฟฟ้าและลดภาระระบบในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง โดยโครงสร้างอัตราค่าไฟของมิเตอร์ TOU แบ่งเป็น 2 ช่วง

  • ช่วง On-Peak (09:00-22:00 น.) ในวันจันทร์-ศุกร์
  • ช่วง Off-Peak (22:00-09:00 น.) ทุกวัน รวมทั้งวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ

อัตราค่าไฟฟ้ามิเตอร์ TOU

แรงดันไฟฟ้าOn-PeakOff-Peak
แรงดัน 22-33 กิโลโวลต์5.11352.6037
แรงดันต่ำกว่า 22 กิโลโวลต์5.79822.6369

จากตารางจะเห็นได้ว่า อัตราค่าไฟฟ้าในช่วง Off-Peak ต่ำกว่าช่วง On-Peak ประมาณ 2 เท่า ถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง และสูงกว่าการคิดตามอัตรามิเตอร์ปกติ

อ่านบทความเพิ่มเติม: มิเตอร์ TOU คืออะไร? วิธีตรวจสอบและใช้งานเพื่อประหยัดค่าไฟ

เปรียบเทียบต้นทุนการชาร์จ EV ช่วง On-Peak VS Off-Peak VS มิเตอร์ปกติ

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพของค่าใช้จ่าย และเริ่มคำนวณได้ว่าค่าชาร์จรถไฟฟ้ากี่บาท? ในหัวข้อนี้จะมาเปรียบเทียบการคำนวณ โดยอ้างอิงจากรถประเภทเดียวกัน จำนวนไฟฟ้าที่ชาร์จเท่ากัน ต่างกันแค่อัตราค่าไฟในการคิด

ประเภทมิเตอร์ต้องการชาร์จไฟอัตราค่าไฟราคารวมการชาร์จ 15 ครั้ง/เดือน
มิเตอร์ปกติ36 kWh4.3583 บาท/หน่วย156.8988 บาท2,353.482 บาท
มิเตอร์ TOU ช่วง On-Peak36 kWh5.1135 บาท/หน่วย184.086 บาท2,761.29 บาท
มิเตอร์ TOU ช่วง Off-Peak36 kWh2.6037 บาท/หน่วย93.7332 บาท1,405.998 บาท

เมื่อเปรียบเทียบค่าชาร์จไฟรถไฟฟ้าแบบรายเดือน ที่มีความถี่ในการชาร์จประมาณ 15 ครั้ง จะพบว่าตัวเลขแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอัตราแบบ On-Peak และ Off-Peak ที่ต่างกันมากถึง 1,355 บาท

แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการชาร์จที่ประหยัดไฟมากที่สุด คือ การใช้มิเตอร์ TOU และชาร์จในเวลากลางคืน หรือวันหยุดเท่านั้น เพราะช่วงเวลาอื่น ๆ จะมีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่ามิเตอร์แบบปกติอย่างเห็นได้ชัด ยกเว้นการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ร่วมด้วย เพื่อผลิตไฟฟ้าทดแทนในเวลากลางวัน

สรุป การชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านให้ประหยัดที่สุด

การเปลี่ยนมาใช้มิเตอร์ TOU เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีพฤติกรรมใช้ไฟหนักช่วงกลางคืน เปิดแอร์ค้างคืน หรือชาร์จรถ EV ทิ้งไว้ข้ามคืน เพราะจะช่วยประหยัดค่าไฟได้มากกว่าปกติหลายเท่า เมื่อเทียบกับมิเตอร์ปกติและอัตราในช่วง On-Peak แต่คนในบ้านมีพฤติกรรมการใช้ไฟในช่วงกลางวันมากกว่า การใช้มิเตอร์ปกติร่วมกับการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ จะช่วยประหยัดค่าไฟ และค่าชาร์จรถไฟฟ้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ และติดมิเตอร์ TOU รถไฟฟ้า สามารถติดต่อ ณัฐภูมิ วิศวกรรม เรามีบริการตรวจสอบระบบไฟฟ้า เตรียมความพร้อม และการจัดการเอกสารขออนุญาตกับหน่วยงานต่าง ๆ แบบครบวงจร พร้อมกับการเข้าติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อให้คุณสามารถใช้งานทั้ง EV Charger และระบบโซล่าเซลล์ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับค่าชาร์จรถไฟฟ้ากี่บาท และราคาในการติดตั้งอุปกรณ์อื่น ๆ สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้ เรามีทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาอย่างใส่ใจ

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา หรือโทร 098-291-4911⁣ และแอดไลน์ @npeng

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ค่าชาร์จรถไฟฟ้ากี่บาท?

Q: ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านให้เต็มใช้เวลานานแค่ไหน?

A: ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่ กำลังเครื่องชาร์จ และประเภทของหัวชาร์จรถ หากเป็นหัวชาร์จเร็วแบบ DC จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่หากเป็นหัวชาร์จ AC ทั่วไป จะใช้เวลาตั้งแต่ 4-8 ชั่วโมง

Q: ชาร์จรถ EV ที่บ้านปลอดภัยไหม ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

A: ปลอดภัยหากติดตั้งอุปกรณ์ถูกต้องโดยวิศวกร มีการใช้มิเตอร์ขนาด 30(100)A ขึ้นไป ระบบสายดินที่สมบูรณ์ เบรกเกอร์เฉพาะสำหรับเครื่องชาร์จ และอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว (RCD) ตามมาตรฐาน

Q: ค่าไฟชาร์จรถ EV แพงกว่าค่าน้ำมันรถธรรมดาไหม?

A: ค่าไฟชาร์จรถถูกกว่ามาก รถ EV ใช้ต้นทุนประมาณ 1,500-2,000 บาท/เดือน ในขณะที่รถน้ำมันทั่วไปมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาท/เดือน หรืออาจมากกว่านี้

Q: มิเตอร์ TOU เหมาะกับใครบ้าง และติดตั้งอย่างไร?

A: เหมาะกับบ้านที่ชาร์จรถ EV และใช้ไฟหนักช่วงกลางคืน ส่วนช่วงกลางวันจะไม่มีการใช้ไฟฟ้า หรืออาจใช้บ้างแต่ค่อนข้างน้อย

Q: ติดตั้งโซล่าเซลล์ร่วมกับเครื่องชาร์จ EV คุ้มค่าไหม?

A: คุ้มค่ามาก เพราะเมื่อมีการชาร์จรถ EV ในช่วงกลางวัน ระบบจะทำการดึงไฟฟ้าที่ผลิตจากโซล่าเซลล์มาใช้งาน เท่ากับว่าค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถเท่ากับ 0 โดยเงินในส่วนนี้จะถูกนำไปหักลบกับต้นทุนในการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ยิ่งใช้เยอะก็จะยิ่งถึงจุดคุ้มทุนไวมากขึ้น