ทำไมถึงต้องเรียนรู้วิธีการคำนวณค่าไฟบ้านด้วยตนเอง?

หลายคนอาจมองว่า การเรียนรู้วิธีการคิดค่าไฟฟ้าเป็นเรื่องไกลตัวและไม่จำเป็นต้องทำ เพราะมีบิลค่าไฟส่งมาที่บ้านในทุก ๆ เดือนอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง การรู้วิธีคำนวณค่าไฟจากมิเตอร์ด้วยตนเอง สร้างข้อได้เปรียบในการใช้ไฟฟ้าหลายประการ ดังนี้

  • ติดตามพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า: การเรียนรู้องค์ประกอบและวิธีคำนวณค่าไฟ จะทำให้คุณรู้ว่าที่บ้านมีการใช้ไฟฟ้าช่วงไหนเยอะที่สุด เพื่อปรับพฤติกรรม และหาแนวทางในการประหยัดไฟ เช่น การติดโซล่าเซลล์สำหรับบ้านที่ใช้ไฟเยอะในช่วงกลางวัน และใช้มิเตอร์ TOU สำหรับบ้านที่ใช้ไฟเยอะในช่วงกลางคืน
  • การตรวจสอบความปลอดภัย: การตรวจความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นสิ่งที่ใครหลายคนมักมองข้าม แต่กลับเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้นได้อย่างคาดไม่ถึง ควรทำการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
  • การจ่ายค่าไฟตามจำนวนที่ถูกต้อง: หากคุณคำนวณค่าไฟเป็น จะช่วยป้องกันข้อผิดพลาดในการคิดค่าไฟที่คลาดเคลื่อน ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในบางครั้ง
  • การวางแผนคืนทุน: สำหรับบ้านที่ติดตั้ง Solar Rooftop หรือใช้รถยนต์ EV จะสามารถคำนวณปริมาณการใช้ไฟแบบเดิม และแบบใหม่ได้แม่นยำ เพื่อวางแผนระยะเวลาในการคืนทุนได้อย่างชัดเจน ง่ายต่อการตัดสินใจติดตั้งและลงทุน

โครงสร้างของบิลค่าไฟ มีอะไรบ้าง?

ก่อนจะเริ่มการคำนวณค่าไฟ ต้องทำความเข้าใจโครงสร้างของบิลค่าไฟก่อน ว่ามีรายการใดบ้างที่สำคัญ และจำเป็นต้องรู้

1. จำนวนหน่วยไฟฟ้า

จำนวนปริมาณไฟฟ้าที่ใช้จริงภายในบ้าน มีหน่วยเป็น กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) หรือที่เราเรียกติดปากว่า “หน่วย”

อ่านบทความเพิ่มเติม: วัตต์ / กิโลวัตต์ / เมกะวัตต์ คืออะไร? แตกต่างกันยังไงบ้าง?

2. ค่าไฟฟ้าฐาน/ค่าพลังงานไฟฟ้า

ค่าไฟฟ้าฐานจะมีการทบทวนเพื่อปรับใหม่ทุก 3-5 ปี (ปรับครั้งล่าสุดปี 2558) ประกอบไปด้วยค่าเชื้อเพลิง ค่าซื้อไฟฟ้า ค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้า ค่าขนส่ง ค่าตอบแทนการดำเนินงาน โดยค่าพลังงานไฟฟ้าจะนำมาคิดตามอัตราก้าวหน้า ตามจำนวนหน่วยที่ใช้ไป

3. ค่า FT

ค่าไฟฟ้าผันแปรที่อยู่เหนือการควบคุมจากค่าไฟฟ้าฐานอีกที มีการเปลี่ยนแปลงทุก ๆ 4 เดือน โดยนำมาคูณกับจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้งาน

4. ค่าบริการ

ค่าธรรมเนียมคงที่สำหรับการดูแลรักษามิเตอร์และการให้บริการทั่วไป เช่น ค่าจดมิเตอร์ ค่าพิมพ์บิล ค่าส่งบิล การรับชำระเงิน โดยคิดตามประเภทของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้ง 8 ประเภท

5. ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ค่าไฟฟ้าถือเป็นสินค้าและบริการชนิดหนึ่ง จึงต้องมีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

6. ประเภทของผู้ใช้งาน

ด้านบนของบิลค่าไฟ จะมีระบุประเภท (TYPE) ของผู้ใช้ไฟฟ้า โดยจะมีทั้งหมด 8 ประเภท สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไปจะอยู่ในประเภทที่ 1 (แยกย่อยเป็น 1.1 และ 1.2)

ไฟบ้านหน่วยละกี่บาท?

ปัจจุบันทาง กกพ. ได้มีมติเคาะราคาค่าไฟฟ้าใหม่ สำหรับงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 3.88 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่เวลานำไปคิดต้องคิดตามอัตราก้าวหน้า ของหน่วยที่ใช้งาน

วิธีคำนวณค่าไฟบ้านด้วยตัวเอง

วิธีคำนวณค่าไฟด้วยตนเอง

วิธีคำนวณค่าไฟสามารถทำได้หลายวิธี วิธีคิดค่าไฟจากมิเตอร์ที่ดีที่สุดคือการจดบันทึกตัวเลขในเวลาเดิมของทุกสัปดาห์ (เช่น ทุกวันจันทร์เวลา 8.00 น.) ข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณวิเคราะห์ได้ทันทีว่าความผิดปกติเกิดจากอะไร เช่น หากสัปดาห์นั้นค่าไฟพุ่งสูงขึ้นทั้งที่ไม่ได้เปิดแอร์เพิ่ม อาจหมายถึงระบบไฟฟ้ามีปัญหาหรือมีอุปกรณ์บางอย่างเริ่มชำรุด เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีวิธีการคำนวณค่าไฟที่ใช้กันทั่วไป ดังนี้

1. คำนวณค่าไฟบ้านพักอาศัยประเภท 1.1 (ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน)

สมมติให้มีการใช้ไฟที่ 150 หน่วย ราคาต่อหน่วยอ้างอิงตาม กกพ.

จำนวนหน่วยราคาต่อหน่วย
1-152.3488*15 = 35.23
16-252.9882*10 = 29.88
26-353.2405*10 = 32.41
36-1003.6237*65 = 235.54
101-1503.7171*50 = 185.86
ค่าบริการ 8.19 บาทรวม 527.11 บาท

ค่า FT ประจำเดือนมกราคม-เมษายน 2569 อยู่ที่ 0.0972 บาท >> 150*0.0972 = 14.58 บาท

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ค่าไฟฐาน + ค่า FT) * 7% >> (527.11 + 14.58) * 7% = 37.91 บาท

ค่าไฟที่ต้องจ่ายทั้งหมด 527.11+14.58+37.91 = 579.60 บาท

2. การคำนวณค่าไฟบ้านพักอาศัยประเภท 1.2 (ผู้ใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 150 หน่วยต่อเดือน)

สมมติให้มีการใช้ไฟที่ 500 หน่วย ราคาต่อหน่วยอ้างอิงตาม กกพ.

จำนวนหน่วยราคาต่อหน่วย
1-1503.2484*150 = 487.26
151-4004.2218*250 = 1,055.45
400 เป็นต้นไป4.4217*100 = 442.17
ค่าบริการ 38.22 บาทรวม 2,023.10 บาท

ค่า FT ประจำเดือนมกราคม-เมษายน 2569 อยู่ที่ 0.0972 บาท >> 400*0.0972 = 38.88 บาท

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ค่าไฟฐาน + ค่า FT) * 7% >> (2,023.10 + 38.88) * 7% = 144.33 บาท

ค่าไฟที่ต้องจ่ายทั้งหมด 2,023.10+38.88+144.33 = 2,206.31 บาท

อ้างอิงข้อมูลจาก MEA คุณสามารถเข้าไปทดลองคำนวนค่าไฟแบบง่าย ๆ ได้ที่เว็บไซต์ : https://www.mea.or.th/our-services/mea-service/e-service/electric-monthly-calculate

วิธีการประหยัดไฟค่าไฟในบ้าน

แนะนำแนวทางประหยัดไฟ ป้องกันปัญหาค่าไฟแพง

หลังจากรู้วิธีคำนวณค่าไฟด้วยตนเองกันแล้ว ถัดมาอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ วิธีการลดค่าไฟแบบยั่งยืน ที่สามารถทำได้แบบง่าย ๆ ด้วยตนเอง

1. ล้างแอร์ทุก 6 เดือน

แอร์ที่ผ่านการใช้งานมานาน จะมีฝุ่นและสิ่งสกปรกสะสมอยู่ในฟิลเตอร์แอร์ รวมไปถึงน้ำยาแอร์ที่เสี่ยงแห้งได้ตลอดเวลา ส่งผลให้ทุก ๆ การเปิดแอร์จะกินไฟเพิ่มมากขึ้น 10-15% จึงต้องมีการล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือน โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน เพื่อให้แอร์สามารถทำงานได้อย่างเต็มกำลัง

2. เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5

ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นสิ่งที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกัน เพราะเป็นฉลากที่แปะอยู่บนเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภทภายในบ้าน แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่ปลอดภัยและประหยัด ไม่กินไฟ

3. ปรับพฤติกรรม

การเปิดแอร์ที่อุณหภูมิต่างกับอากาศภายนอกมากจนเกินไป ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักกว่าที่ควร เพื่อให้ห้องเย็นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นในช่วงเวลากลางวันที่มีอากาศร้อน ควรเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 26-28 องศา และเปิดพัดลมช่วยให้อากาศถ่ายเท จะทำให้ห้องเย็นขึ้นโดยที่แอร์ไม่ทำงานหนักจนเกินไป

4. หลอดไฟ LED

หลอดไฟแต่ละประเภทใช้กำลังไฟไม่เท่ากัน ขอแนะนำการใช้หลอดไฟ LED ช่วยประหยัดไฟได้มากถึง 90% เมื่อเทียบกับหลอดไฟทั่วไป นอกจากนี้ยังมีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย

5. กำหนดเวลาใช้งาน

หลายคนมักเข้าใจว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าควรเปิดเมื่อใช้ และปิดทันทีที่ไม่ใช้ แต่ในความเป็นจริง หากระยะเวลาที่ต้องการใช้งานไม่ห่างกันมาก สามารถเปิดทิ้งไว้ได้เลยโดยไม่ต้องปิด เพราะทุก ๆ การเปิดใช้งานใหม่ จะต้องมีการดึงกำลังไฟมาใหม่ทุกครั้ง ซึ่งสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าการเปิดทิ้งไว้

6. ติดตั้ง Solar Rooftop

การติดตั้งหลังคาโซล่าเซลล์ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยสภาพอากาศที่มีแดดจัดของประเทศไทย ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เป็นไฟได้อย่างราบรื่น สำหรับบ้านที่มีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันเป็นประจำ ณัฐภูมิ วิศวกรรม มีบริการติดตั้งแบบครบวงจร พร้อมใช้งานทันที

อ่านบทความเพิ่มเติม: 10 ทริคติดตั้งโซล่าเซลล์บ้านที่ใช้ไฟเยอะช่วงกลางคืนให้คุ้มที่สุด

สรุป คำนวณค่าไฟด้วยตนเอง และหมั่นตรวจสอบระบบไฟฟ้าเป็นประจำ

วิธีการประหยัดไฟอย่างยั่งยืน มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่การใส่ใจรายละเอียดของโครงสร้างบิลค่าไฟ และการลองคำนวณค่าไฟบ้านด้วยตนเอง เมื่อเข้าใจปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะทำให้คุณสังเกตการใช้ไฟรอบตัวได้ลึกซึ้งมากขึ้น โดยวิธีการประหยัดไฟด้วยตนเองสามารถทำได้หลายวิธี รวมไปถึงการติดตั้งโซล่าเซลล์ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างยั่งยืน สำหรับใครที่สนใจสามารถติดต่อ ณัฐภูมิ วิศวกรรม เรามีบริการติดตั้งโซล่าเซลล์ครบวงจร พร้อมให้คำปรึกษาด้านการจัดการพลังงาน ตรวจเช็กระบบไฟฟ้า และติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานมาตรฐานวิศวกรรม เพื่อให้บ้านและธุรกิจของคุณใช้ไฟได้อย่างคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา หรือโทร 098-291-4911⁣ และแอดไลน์ @npeng

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคำนวณค่าไฟ

1. วัตต์ (Watt) บนเครื่องใช้ไฟฟ้า ดูจากตรงไหน?

ดูได้จากฉลากหลังเครื่อง หรือฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ครับ จะระบุกำลังไฟฟ้าเป็นตัวเลขตามด้วยอักษร W

2. ถ้าค่าไฟที่คำนวณได้ น้อยกว่าบิลที่ออกมาเยอะมาก ควรทำอย่างไร?

ให้เช็ก 2 อย่าง คือ เลขมิเตอร์ในบิลตรงกับมิเตอร์จริงไหม แล้วภายในบ้านมีไฟรั่วหรือไม่ โดยลองปิดไฟทั้งบ้านแล้วดูว่ามิเตอร์ยังหมุนไหม หากไม่พบความผิดปกติควรติดต่อการไฟฟ้า เพื่อแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วดำเนินการตรวจสอบ

3. ค่า FT คืออะไร ทำไมต้องมีในบิล?

ค่าต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น ราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลก เพื่อให้การไฟฟ้าปรับราคาสะท้อนความเป็นจริงโดยไม่ต้องแก้โครงสร้างค่าไฟฐานบ่อย ๆ