ทำไมโรงงานอุตสาหกรรมต้องตรวจไฟฟ้าประจำปี
การตรวจไฟฟ้าประจำปีสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงแค่ข้อกำหนดทางกฎหมาย แต่เป็นการลงทุนที่สำคัญเพื่อป้องกันความเสียหายร้ายแรงต่อทรัพย์สิน ชีวิต และความต่อเนื่องทางธุรกิจ
ระบบไฟฟ้าโรงงานอุตสาหกรรมแตกต่างจากอาคารทั่วไป เพราะต้องรองรับโหลดไฟฟ้าที่สูงมาก รวมถึงการใช้งานของเครื่องจักรหนัก ที่มีการใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ การตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีจะช่วยตรวจสอบปัญหาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น ความร้อนสะสม การเสื่อมสภาพของฉนวน และจุดต่อสายหลวม พร้อมดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
ข้อกำหนดกฎหมายการตรวจไฟฟ้าประจำปี กรมโรงงาน
สำหรับเจ้าของโรงงานมือใหม่ หรือผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำโรงงาน มักมองข้ามความสำคัญของการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีว่าเป็นสิ่งไม่จำเป็น แต่ในความเป็นจริงแล้วกฎหมายการตรวจไฟฟ้าประจำปี กรมโรงงานได้กำหนดเอาไว้ดังนี้
1. กฎกระทรวงกำหนดมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าในโรงงาน พ.ศ. 2550
“ผู้ประกอบกิจการโรงงานต้องจัดให้มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงงานและรับรองความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าในโรงงานเป็นประจำทุกปี และต้องจัดให้มีเอกสารเป็นหลักฐานด้วย”
2. กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558
“นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและจัดให้มีการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยต้องจัดทำบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้า และให้ แจ้งผลการตรวจสอบและรับรองภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ตรวจสอบ”

รายการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีที่จำเป็นสำหรับโรงงาน
สำหรับการตรวจระบบไฟฟ้าประจำปีตามกฎหมายของกรมโรงงาน มีเช็กลิสต์ที่จำเป็นต้องตรวจอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ดังนี้
1. การตรวจสอบระบบไฟฟ้าทั่วไป
การตรวจสอบสภาพโดยรวมของระบบไฟฟ้า เพื่อดูความพร้อมในการใช้งานและค้นหาความผิดปกติเบื้องต้น โดยผู้ตรวจสอบต้องมีความรู้ด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้า และปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่กำหนด มีรายการตรวจสอบดังนี้
- สายไฟฟ้า: ตรวจสอบสภาพฉนวน รอยชำรุด การเสื่อมสภาพ และความเหมาะสมของการติดตั้ง
- เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker): ตรวจสอบสภาพและการทำงานของอุปกรณ์ป้องกัน
- จุดต่อสายไฟ: ตรวจสอบความแน่นหนาและร่องรอยความร้อนสะสม
- ห้องไฟฟ้า: ตรวจสอบการระบายอากาศ ความสะอาด ความชื้น และความปลอดภัยของพื้นที่
- เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและแบตเตอรี่สำรอง: ตรวจสอบสภาพและความพร้อมใช้งาน
- Single Line Diagram: ตรวจสอบความถูกต้องและความเป็นปัจจุบันของแบบระบบไฟฟ้า
- ระบบสายดินและหลักดิน: ตรวจสอบสภาพและความต่อเนื่องของระบบป้องกันไฟรั่ว
- ป้ายเตือนและป้ายระบุอุปกรณ์: ตรวจสอบให้มีครบถ้วนและมองเห็นได้ชัดเจน
- ระบบป้องกันฟ้าผ่า: ตรวจสอบสภาพและความพร้อมใช้งาน
2. การตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า
เป็นการตรวจสอบอุปกรณ์แต่ละประเภท เพื่อค้นหาจุดผิดปกติ เช่น การเสื่อมสภาพ จุดร้อน หรือความเสียหายที่อาจนำไปสู่ไฟฟ้าขัดข้อง โดยปัจจุบันนิยมใช้ Thermal Scan เพื่อค้นหาจุดที่มีอุณหภูมิสูงผิดปกติขณะระบบทำงานจริง มีรายการตรวจสอบดังนี้
- การตรวจสอบหม้อแปลงไฟฟ้า: โดยต้องตรวจสภาพน้ำมันหม้อแปลง ระดับน้ำมัน การทำงานของระบบระบายความร้อน และการตรวจวัดอุณหภูมิด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน เพื่อค้นหาจุดที่เกิดความร้อนผิดปกติ
- การตรวจสอบตู้ MDB และตู้ย่อย: การตรวจความร้อนของจุดต่อสาย ตรวจสภาพเบรกเกอร์และอุปกรณ์ป้องกัน รวมถึงการทดสอบการทำงานของระบบตัดไฟอัตโนมัติ
- การตรวจสอบสายไฟและท่อร้อยสาย: ตรวจสอบความแน่นของจุดต่อ ความเหมาะสมของขนาดสายไฟ และการตรวจหาจุดที่สายไฟอาจสึกหรอ พร้อมการทดสอบค่าความต้านทานของระบบสายดิน ตรวจสภาพแท่งกราวด์ และการเชื่อมต่อระบบสายดินทั้งหมด
- การทดสอบอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว (RCD/ELCB): เพื่อทดสอบการทำงานและความไวในการตัดไฟเมื่อเกิดไฟรั่ว การตรวจสอบระบบป้องกันฟ้าผ่า การวัดค่า Power Factor และคุณภาพไฟฟ้าเพื่อตรวจหาปัญหาฮาร์มอนิกส์และความไม่สมดุลของเฟส
- ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง: เช่น สภาพโคมไฟและโครงสร้างติดตั้ง หลอดไฟและขั้วหลอด สายไฟและสวิตช์ควบคุม รวมถึงความปลอดภัยของระบบและจุดติดตั้ง
- ระบบ UPS และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง: ตรวจสอบความพร้อมของการทำงาน เช่น สภาพแบตเตอรี่ UPS ระบบชาร์จและการทำงานของ UPS ระบบสลับแหล่งจ่ายไฟอัตโนมัติ (ATS) ทดสอบการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง
การตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าควรดำเนินการ โดยวิศวกรไฟฟ้าที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือหน่วยงานที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าระบบไฟฟ้ามีความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี
บริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีกับ ณัฐภูมิ วิศวกรรม เรามีขั้นตอนในการตรวจสอบและดำเนินการที่รัดกุม ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การวางแผนตรวจสอบ
ทีมงานของเราจะทำการวางแผนการตรวจไฟฟ้าประจำปีให้แก่โรงงานแต่ละแห่ง โดยเริ่มตั้งแต่การกำหนดช่วงเวลา นัดหมายวันเข้าตรวจสอบ รายละเอียดที่ต้องการตรวจสอบ รวมถึงการแนะนำวิธีการเตรียมตัวที่จำเป็น เพื่อความรวดเร็วในการตรวจเช็กระบบไฟฟ้า
ขั้นตอนที่ 2 การตรวจสอบโดยวิศวกร
เมื่อมีการแจ้งรายละเอียดสำคัญ พร้อมนัดหมายวันที่เรียบร้อยทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ทางบริษัทจะส่งวิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พร้อมทีมช่าง เพื่อตรวจสอบทั้งระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า ตามที่กรมโรงงานกำหนดเอาไว้
ขั้นตอนที่ 3 การจัดทำรายงานการตรวจสอบ
หลังจากตรวจสอบอย่างครบถ้วนแล้ว วิศวกรจะจัดทำรายงานผลลัพธ์ที่ได้จากการตรวจสอบทั้งหมดอย่างละเอียด
ขั้นตอนที่ 4 การนำเสนอผลการตรวจสอบ
นำเสนอรายงานผลการตรวจไฟฟ้าประจำปีตามกฎหมาย พร้อมแนะนำแนวทางในการแก้ไข หรือปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามข้อกำหนดที่ควรจะเป็น โดยในขั้นตอนนี้ หากลูกค้ามีความประสงค์ในการใช้บริการออกแบบ ติดตั้ง และซ่อมแซมระบบไฟฟ้า สามารถแจ้งแก่วิศวกรหรือทีมงานได้ เพื่อจัดเตรียมอุปกรณ์ และอะไหล่ที่จำเป็นสำหรับการจัดการ
อ่านบทความเพิ่มเติม : ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ คุณสมบัติของ “ผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี” ตามที่กฎหมายกำหนด
สรุป การตรวจไฟฟ้าประจำปีคือการลงทุนเพื่อความปลอดภัยและสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ
การตรวจไฟฟ้าประจำปีเป็นกฎหมายที่กำหนดขึ้นมา โดยคำนึงต้องสวัสดิภาพของพนักงาน และความปลอดภัยในการทำงาน การมีระบบไฟฟ้าที่ติดตั้งอย่างถูกต้อง จะช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุระหว่างทำงาน ลดการหยุดชะงักของการผลิต ส่งผลดีทั้งกับธุรกิจและลูกจ้าง โดยสามารถติดต่อเพื่อสอบถามบริการตรวจไฟฟ้าประจำปี ราคาเท่าไร กับ ณัฐภูมิ วิศวกรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้ากว่า 25 ปี ด้วยทีมงานมืออาชีพและบริการครบวงจรที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา หรือโทร 098-291-4911 และแอดไลน์ @npeng
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การตรวจไฟฟ้าประจำปี
Q: ใครมีสิทธิ์ตรวจและออกใบรับรองระบบไฟฟ้าได้?
A: วิศวกรไฟฟ้าที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมาย ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในระบบไฟฟ้าอุตสาหกรรม พร้อมใช้เครื่องมือทดสอบมาตรฐาน
Q: การตรวจไฟฟ้าประจำปีใช้เวลานานแค่ไหน?
A: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของโรงงาน โดยทั่วไปใช้เวลา 1-3 วัน อาจต้องหยุดการผลิตบางส่วนในช่วงการทดสอบ แต่สามารถวางแผนให้กระทบต่อการผลิตน้อยที่สุด
Q: ถ้าไม่ตรวจระบบไฟฟ้าประจำปีจะมีโทษอย่างไร?
A: อาจถูกปรับเงิน จำคุก หรือสั่งปิดโรงงานชั่วคราวหรือถาวร รวมถึงการสูญเสียใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของธุรกิจอย่างรุนแรง
