โซล่าเซลล์ (Solar Cell) คืออะไร?
โซล่าเซลล์ (Solar Cell) คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) ส่วนใหญ่เป็นซิลิคอน ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current) ได้โดยตรง
เมื่อนำโซล่าเซลล์หลาย ๆ เซลล์มาต่อรวมกันในแผงเดียว จะเรียกว่า แผงโซล่าเซลล์ (Solar Panel) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุดของระบบโซล่าเซลล์ ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้งานในบ้านเรือนไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมในปัจจุบันนั่นเอง
หลักการทำงานของโซล่าเซลล์
กระบวนการเปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อนำมาใช้งานกับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร โดยมีหลักการทำงานตามหลักวิศวกรรม ดังนี้
1. การรับแสง
เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบลงบนแผงโซล่าเซลล์ สารกึ่งตัวนำจะทำหน้าที่ดูดซับพลังงานจากแสงอาทิตย์ จนเกิดปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า Photovoltaic Effect
2. การผลิตไฟฟ้ากระแสตรง
จากนั้นพลังงานที่ถูกดูดซับจะกระตุ้นให้อิเล็กตรอนภายในสารกึ่งตัวนำเกิดการเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการไหลของกระแสไฟฟ้าแบบกระแสตรง (Direct Current – DC) ออกมาจากแผงโซล่าเซลล์
3. การแปลงสัญญาณไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์มีสถานะเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ซึ่งยังไม่สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไปได้ทันที จึงจำเป็นต้องส่งกระแสไฟผ่านอุปกรณ์หลักที่เรียกว่า อินเวอร์เตอร์ (Inverter) เพื่อทำหน้าที่แปลงให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่ระดับแรงดัน 220V หรือ 380V ให้สอดคล้องกับระบบไฟฟ้ามาตรฐานของอาคารก่อนนำไปใช้งาน
4. การจ่ายไฟและใช้งาน (Distribution)
ไฟฟ้ากระแสสลับที่ผ่านการแปลงสัญญาณแล้ว จะถูกส่งเข้าสู่ตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก (MDB) เพื่อจ่ายพลังงานให้กับโหลดทางไฟฟ้าภายในอาคารต่าง ๆ เช่น เครื่องจักร ระบบปรับอากาศ หรือระบบแสงสว่าง ได้อย่างปลอดภัยและเต็มประสิทธิภาพ

ระบบโซล่าเซลล์ยอดนิยมมีอะไรบ้าง?
ปัจจุบันนี้ มักเลือกใช้ระบบโซล่าเซลล์ให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานและสภาพพื้นที่ ซึ่งแบ่งออกได้ 3 ประเภทหลักด้วยกัน
1. ระบบออนกริด (On-Grid System)
ระบบออนกริด เป็นระบบโซล่าเซลล์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารสำนักงาน
- การทำงาน: เชื่อมต่อขนานกับระบบจำหน่ายไฟของการไฟฟ้าฯ ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองในช่วงเวลากลางวัน หากผลิตพลังงานได้เกินความต้องการ สามารถขายคืนเข้าระบบได้ตามโครงการของรัฐ และหากผลิตไฟไม่เพียงพอ ระบบจะดึงไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฯ เข้ามาเสริมโดยอัตโนมัติ
- จุดเด่น: มีจุดคุ้มทุนรวดเร็ว ค่าบำรุงรักษาต่ำ และไม่ต้องใช้อุปกรณ์แบตเตอรี่
- ข้อจำกัด: กรณีที่ไฟฟ้าดับ ระบบจะตัดการทำงานทันทีเพื่อความปลอดภัยตามมาตรฐาน Anti-Islanding
2. ระบบไฮบริด (Hybrid System)
ระบบไฮบริด หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าตอนกลางคืนหรือมีแบตเตอรี่สำรอง
- การทำงาน: หลักการทำงานคล้ายกับระบบออนกริด แต่มีการเพิ่มระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System – BESS) เข้ามาในระบบ เพื่อสำรองพลังงานไว้ใช้ในช่วงเวลากลางคืนหรือช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Load)
- จุดเด่น: บริหารจัดการพลังงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง และทำหน้าที่เป็นระบบไฟสำรองฉุกเฉิน
- ข้อจำกัด: มีต้นทุนการติดตั้งสูงกว่า ด้วยราคาของแบตเตอรี่โซล่าเซลล์
อ่านบทความที่น่าสนใจ:10 ทริคติดตั้งโซล่าเซลล์บ้านที่ใช้ไฟเยอะช่วงกลางคืนให้คุ้มที่สุด
3. ระบบออฟกริด (Off-Grid System)
- การทำงาน: เป็นระบบอิสระที่ไม่เชื่อมต่อกับการไฟฟ้าฯ พึ่งพาพลังงานจากแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่แบบ 100%
- จุดเด่น: เหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกลที่ระบบสายส่งไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง
- ข้อจำกัด: จำเป็นต้องลงทุนระบบแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อความเสถียรในการจ่ายไฟ
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของระบบโซล่าเซลล์แต่ละประเภท
| คุณสมบัติ | On-Grid | Hybrid | Off-Grid |
| การเชื่อมต่อไฟหลวง | เชื่อมต่อ | เชื่อมต่อ | ไม่เชื่อมต่อ |
| แบตเตอรี่ | ไม่มี | มี | จำเป็น |
| การทำงานขณะไฟดับ | ตัดการทำงาน | ทำงานได้ | ทำงานได้ |
| ความคุ้มค่าการลงทุน | สูงสุด | ปานกลาง | ต่ำ |
| กลุ่มเป้าหมาย | โรงงาน, อาคารพาณิชย์ | บ้านพักอาศัย, ธุรกิจที่ต้องการไฟสำรอง | พื้นที่การเกษตร, พื้นที่ห่างไกล |
การเลือกประเภทของระบบโซล่าเซลล์ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และรูปแบบการใช้งานจริง จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้การลงทุนเกิดความคุ้มค่าและตอบโจทย์ความต้องการได้ดีที่สุด
ส่วนประกอบของระบบโซล่าเซลล์ตามมาตรฐานวิศวกรรม
ความเสถียรและความปลอดภัยของระบบโซล่าเซลล์ตลอดอายุการใช้งานยาวนานกว่า 25 ปี ขึ้นอยู่กับการคัดสรรอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูงและการติดตั้งที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม โดยมีส่วนประกอบหลักที่สำคัญ ดังนี้
- แผงโซล่าเซลล์ควรเลือกใช้แผงระดับ Tier 1 ที่ได้รับการยอมรับในสากล โดยเน้นเทคโนโลยี Mono Half-Cut Cell หรือ N-Type เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานไฟฟ้าสูงสุด
- อินเวอร์เตอร์ เปรียบเสมือนหัวใจหลักของระบบ คอยทำหน้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้า จึงจำเป็นต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจากการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และมีความทนทานต่อสภาวะแวดล้อม
- โครงสร้างรองรับต้องใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อนสูง เช่น อะลูมิเนียม หรือเหล็กชุบกัลวาไนซ์ พร้อมผ่านการคำนวณการรับน้ำหนักและแรงต้านลมตามหลักวิศวกรรมโยธา เพื่อความมั่นคงแข็งแรง
- ระบบป้องกันไฟฟ้าถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดด้านความปลอดภัย ประกอบด้วยตู้ Combiner Box ฟิวส์ อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า และเบรกเกอร์ทั้งฝั่ง DC และ AC เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรและปกป้องทรัพย์สิน

ประโยชน์และความคุ้มค่าในการติดตั้งโซล่าเซลล์ ในปี 2026
การติดตั้ง Solar Rooftop ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่เพื่อตอบสนองนโยบายการอนุรักษ์พลังงานเท่านั้น แต่ยังถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพการทำกำไรและความยั่งยืนขององค์กรอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น
- ลดภาระค่าไฟฟ้าสูงสุด 30-60%สำหรับโรงงานที่มีการเดินเครื่องจักรในช่วงเวลากลางวัน สามารถลดต้นทุนดำเนินงานได้อย่างมหาศาล โดยมีระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ที่รวดเร็วเพียง 3 ถึง 5 ปี ซึ่งหลังจากนั้นจะถือเป็นกำไรสุทธิจากการลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว
- สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ภาคอุตสาหกรรมสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน โดยได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดถึง 50% ของเงินลงทุน ตามประกาศหลักเกณฑ์ปี 2025-2026
- ยกระดับความยั่งยืนด้วยการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับตลาดส่งออกที่เข้มงวดเรื่องกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM)
- เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินและโอกาสทางการเงิน อาคารที่ได้รับการติดตั้งระบบประหยัดพลังงานจะมีมูลค่าประเมินทางสินทรัพย์สูงขึ้น พร้อมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนรูปแบบสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) ได้ง่ายยิ่งขึ้น
อ่านบทความที่น่าสนใจ: ลงทุน Solar Rooftop โรงงานให้คุ้มค่า คืนทุนเร็ว ด้วยการคำนวณ ROI

ณัฐภูมิ วิศวกรรม รับติดตั้ง Solar Rooftop โรงงานอุตสาหกรรม ด้วยมาตรฐานระดับสากล
การติดตั้งโซล่าเซลล์หรือ Solar Rooftop นับเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าและมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งช่วยยกระดับภาพลักษณ์ความยั่งยืนได้อีกทางหนึ่งด้วย
อย่างไรก็ตาม การลงทุนกับโซล่าเซลล์และความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งาน จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเลือก บริษัทติดตั้ง Solar Rooftop โรงงาน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมไฟฟ้าโดยเฉพาะ
หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อดูแลระบบโซล่าเซลล์ ณัฐภูมิ วิศวกรรม พร้อมนำประสบการณ์กว่า 30 ปี มาให้บริการออกแบบ ติดตั้ง บำรุงรักษาระบบโซลาร์เซลล์ แบบครบวงจรด้วยทีมวิศวกรมืออาชีพที่ปฏิบัติงานภายใต้มาตรฐานคุณภาพ ISO 9001 ตั้งแต่ขั้นตอนการประเมินความคุ้มค่า การออกแบบตามหลักวิศวกรรม ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อให้ระบบไฟฟ้าภายในโรงงานของท่านมีความเสถียร ปลอดภัย และคืนทุนได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา
หรือโทร 098-291-4911 และแอดไลน์ @npeng
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบโซล่าเซลล์
1. แผงโซล่าเซลล์มีอายุการใช้งานกี่ปี ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยแค่ไหน?
แผงโซล่าเซลล์มาตรฐาน Tier 1 ถูกออกแบบให้มีความทนทานสูง รับประกันประสิทธิภาพการผลิตไฟยาวนานถึง 25 ปี แต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างอินเวอร์เตอร์ มักมีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 10-15 ปี จึงอาจต้องมีการเปลี่ยนหรือบำรุงรักษาตามรอบระยะเวลา เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
2. การติดตั้งโซล่าเซลล์ในโรงงาน จะคืนทุนภายในกี่ปี?
โรงงานที่มีการเดินเครื่องจักรและใช้ไฟฟ้าสูงในช่วงเวลากลางวัน จะมีระยะเวลาคืนทุนเร็วที่สุด เฉลี่ยอยู่ที่ 3-5 ปี ขึ้นอยู่กับขนาดของระบบและค่าไฟฟ้าต่อหน่วยในช่วงเวลานั้น หลังจากจุดคุ้มทุนจึงจะถือเป็นกำไรจากการลดค่าใช้จ่ายพลังงานตลอดอายุสัญญา
3. การขอรับการส่งเสริม BOI ยุ่งยากไหม?
ซับซ้อน หากผู้ประกอบการขาดความชำนาญ เพราะขั้นตอนการขอรับการส่งเสริม BOI มีรายละเอียดด้านเอกสารที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะความถูกต้องแม่นยำของตัวเลขทางวิศวกรรมและการเงิน
แต่หากมีผู้เชี่ยวชาญช่วยจัดเตรียมข้อมูลทางเทคนิคให้อย่างครบถ้วน การดำเนินการยื่นขออนุมัติจะเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามหลักเกณฑ์
