OCPP คืออะไร?
ในการใช้งานอุปกรณ์ไอที หรือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีระบบอัจฉริยะ จะมีสิ่งที่ใช้ในการสื่อสารหรือสั่งการในการทำงาน หรือหากเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย ๆ จะถือว่าเป็นภาษาก็ได้ แน่นอนว่าอุปกรณ์แต่ละชิ้นมีภาษาในการใช้งานที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเจ้าของระบบและผู้ออกแบบระบบ ทำให้บางครั้งการนำอุปกรณ์ที่มีคนละภาษามาใช้งานร่วมกัน อาจเกิดความขัดข้องหรือไม่สามารถเข้ากันได้
สำหรับระบบบริหาร EV Charger ที่มีหลากหลายสเปก หลากหลายรุ่นก็เช่นกัน เพื่อให้อุปกรณ์แต่ละชิ้นสามารถทำงานร่วมกัน และสื่อสารกันได้อย่างราบรื่น จึงต้องมีตัวกลางในการสื่อสารอย่าง OCPP (Open Charge Point Protocol) คือ โปรโตคอลการสื่อสารแบบเปิดสำหรับใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง Charging Station หรือ EV Charger กับ Charging Station Management System (CSMS) ซึ่งเป็นระบบหลังบ้านที่ใช้บริหารเครื่องชาร์จ
OCPP ได้รับการพัฒนาและดูแลโดย Open Charge Alliance (OCA)โดยมีเป้าหมายคือการทำให้อุปกรณ์และซอฟต์แวร์จากผู้ผลิตต่างรายสามารถสื่อสารกันผ่านมาตรฐานเดียวกันได้ง่ายขึ้น รวมถึงการมีฟังก์ชันคิดเงินที่แม่นยำ เหมาะสำหรับการนำไปใช้บริหารระบบหลังบ้านสถานีชาร์จรถ

ระบบหลังบ้านสถานีชาร์จ EV ทำงานอย่างไร?
ระบบหลังบ้าน (Backend System) ของสถานีชาร์จ EV ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก ๆ 4 ส่วน คือ
- Charging Station Management System (CSMS) ที่ทำหน้าที่ควบคุมและจัดการเครื่องชาร์จ
- Database สำหรับเก็บข้อมูลการใช้งาน
- User Interface สำหรับผู้ใช้และผู้ดูแลระบบ
- Payment Gateway สำหรับระบบชำระเงิน
กระบวนการสื่อสารระหว่างเครื่องชาร์จกับ CSMS ผ่าน OCPP เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยเครื่องชาร์จจะส่งข้อมูลสถานะ เช่น
- เครื่องไหนกำลังทำงาน
- Connector ใดถูกใช้งาน
- เริ่ม Transaction เมื่อใด
- ใช้พลังงานไปเท่าไร
- เครื่องอยู่ในสถานะไหน
- มี Error หรือ Fault เกิดขึ้นหรือไม่
ในขณะเดียวกัน CSMS ก็สามารถส่งคำสั่งบางประเภทกลับมาที่เครื่อง เช่น เริ่ม/หยุดการชาร์จ หรือการอัปเดตการตั้งค่าให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งบางคำสั่งเราสามารถสั่งการแบบง่าย ๆ ได้ ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน
OCPP ช่วยให้ธุรกิจบริหารจัดการสถานีชาร์จได้อย่างไร
OCPP ช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามและบริหารจัดการสถานีชาร์จ EV ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องชาร์จเข้าสู่ระบบบริหารจัดการส่วนกลาง ทำให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบสถานะ การใช้งาน และข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
- ติดตามข้อมูลการชาร์จแบบเรียลไทม์:สามารถดูข้อมูลการชาร์จได้ทันที เช่น เวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการชาร์จ รวมถึงปริมาณพลังงานที่ใช้ในแต่ละครั้ง ช่วยให้ธุรกิจติดตามการใช้งานของสถานีชาร์จได้อย่างใกล้ชิด
- ตรวจสอบประสิทธิภาพและสถานะของเครื่องชาร์จ:ทราบสถานะการทำงานของเครื่องชาร์จ และตรวจพบข้อผิดพลาดหรือปัญหาได้รวดเร็วขึ้น เพื่อให้สามารถแก้ไขได้ทันท่วงทีและลดเวลาหยุดให้บริการของเครื่องชาร์จ
- ติดตามและจัดการเวอร์ชันซอฟต์แวร์:สามารถตรวจสอบได้ว่าเครื่องชาร์จแต่ละเครื่องกำลังใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันไหน และจัดการอัปเดตเป็นเวอร์ชันใหม่ได้สะดวกขึ้น ช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจุบัน
- จัดเก็บข้อมูลการเข้าถึงและการอนุญาตใช้งาน:OCPP ช่วยบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานเครื่องชาร์จ เช่น ช่วงเวลาที่มีการใช้งาน วิธีการเข้าถึง และรูปแบบการยืนยันตัวตน สามารถตรวจสอบประวัติการใช้งานได้อย่างเป็นระบบ
โดยรวมแล้ว OCPP ช่วยให้ธุรกิจมีข้อมูลสำหรับดูแลสถานีชาร์จได้ครบมากขึ้น ทั้งด้านการใช้งาน สถานะอุปกรณ์ การอัปเดตระบบ และการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง ซึ่งช่วยให้การบริหารสถานีชาร์จมีประสิทธิภาพและลดความยุ่งยากในการดูแลหลายเครื่องพร้อมกัน
อ่านบทความเพิ่มเติม: แนะนำ 8 โมเดลธุรกิจสถานีชาร์จรถไฟฟ้า ลงทุนติดตั้ง EV Charger ที่ไหนให้ดี?
OCPP มีทั้งหมดกี่เวอร์ชัน?
ปัจจุบัน ระบบ OCPP EV Charger มีทั้งหมด 3 เวอร์ชัน ได้แก่
- OCPP 1.6J เป็นเวอร์ชันที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในปัจจุบัน รองรับฟังก์ชันพื้นฐานทั่วไป เหมาะกับระบบบริหารจัดการสถานีชาร์จที่ไม่ซับซ้อน
- OCPP 2.0.1มีการเพิ่มฟีเจอร์เข้ามาหลายอย่าง เช่น ระบบรักษาความปลอดภัย, Smart Charging, การอัปเดตเฟิร์มแวร์ และการใช้งานร่วมกันกับหลายอุปกรณ์มากขึ้น
- OCPP 2.1 เวอร์ชันล่าสุดที่สามารถจัดการการจ่ายพลังงานที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เปิดใช้งานการไหลของพลังงาน 2 ทิศทาง ฟังก์ชันคำนวณต้นทุน และรองรับตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลายมากขึ้น
คำแนะนำในการเลือก คือ ควรเลือกอุปกรณ์ที่รองรับ OCPP 2.0.1 หรืออย่างน้อยสามารถอัปเกรดได้ในอนาคต เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น แต่สำหรับธุรกิจที่มีระบบ OCPP 1.6 อยู่แล้วสามารถใช้งานต่อไปได้โดยไม่มีปัญหา

วิธีเลือกผู้ให้บริการติดตั้งสถานีชาร์จ EV
นอกจากการเลือกระบบ OCPP แล้ว สิ่งสำคัญที่จะทำให้สามารถจัดการระบบบริหาร EV Charger ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การเลือกผู้ให้บริการติดตั้งที่สามารถทำงานได้เต็มที่ ไม่มีข้อผิดพลาด โดยวิธีการเลือกควรพิจารณาจากปัจจัยดังนี้
- มีประสบการณ์ด้านระบบชาร์จ EV โดยตรง:ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีผลงานติดตั้งจริง และเข้าใจทั้งเครื่องชาร์จ ระบบไฟฟ้า และการบริหารสถานีชาร์จ
- สำรวจหน้างานก่อนติดตั้ง:ผู้ให้บริการควรตรวจสอบกำลังไฟฟ้า ตู้เมน ระบบสายไฟ ตำแหน่งติดตั้ง และข้อจำกัดของพื้นที่ก่อนเสนอแบบหรือราคา
- เลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน:ควรใช้เครื่องชาร์จและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีมาตรฐานรองรับ พร้อมเลือกขนาดกำลังชาร์จให้เหมาะกับระบบไฟฟ้าของสถานที่
- มีระบบป้องกันทางไฟฟ้าที่เหมาะสมเช่น เบรกเกอร์ อุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว ระบบสายดิน และอุปกรณ์ป้องกันอื่นตามข้อกำหนดของเครื่องชาร์จและการออกแบบระบบ
- เสนอราคาและขอบเขตงานชัดเจน:ควรระบุรายละเอียดค่าเครื่องชาร์จ อุปกรณ์ งานเดินสาย งานติดตั้ง ระบบซอฟต์แวร์ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้ครบก่อนเริ่มงาน
- มีบริการหลังการขายและการรับประกัน:เลือกผู้ให้บริการที่สามารถดูแลหลังติดตั้ง มีช่องทางแจ้งปัญหา และมีเงื่อนไขการรับประกันที่ชัดเจน
- สามารถขยายระบบในอนาคตได้:หากมีแผนเพิ่มจำนวนเครื่องชาร์จ ควรเลือกผู้ให้บริการที่ช่วยวางระบบให้รองรับการขยายได้ โดยไม่ต้องรื้อระบบเดิมทั้งหมด
ติดตั้ง EV Charger อย่างปลอดภัย ใช้งานได้จริง กับ ณัฐภูมิ วิศวกรรม
การเลือก EV Charger สำหรับธุรกิจควรมองทั้งระบบตั้งแต่ต้น ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะกำลังชาร์จหรือราคาเครื่อง เพราะ Charger ต้องทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้า ระบบ Network และ CSMS ตลอดอายุการใช้งาน ซึ่ง OCPP มีบทบาทสำคัญในการช่วยเป็นตัวกลางในการสื่อสารคำสั่ง ระหว่างระบบ/อุปกรณ์แต่ละชิ้นให้สามารถทำงานร่วมกันได้
การสร้างระบบบริหาร EV Charger ในปัจจุบัน สามารถทำได้ง่ายมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีมีการอัปเดตและพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อรองรับการใช้งานของผู้คนที่หลากหลายมากขึ้น โดยการเปิดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าควรให้ความสำคัญตั้งแต่การวางแผน การเลือกประเภทของเครื่องชาร์จ หัวชาร์จ และการติดตั้ง โดยสามารถติดต่อ ณัฐภูมิ วิศวกรรม บริษัทรับวางแผน ออกแบบ ติดตั้ง และซ่อมบำรุง EV Charger ที่มีประสบการณ์ในงานระบบไฟฟ้ายาวนานกว่า 25 ปี
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา หรือโทร 098-291-4911 และแอดไลน์ @npeng
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ OCPP EV Charger
Q: OCPP ใช้งานได้กับเครื่องชาร์จทุกแบรนด์หรือไม่?
A: OCPP เป็นมาตรฐานเปิดที่ใช้งานได้กับเครื่องชาร์จหลายแบรนด์ แต่ต้องตรวจสอบว่าเครื่องชาร์จนั้นรองรับ OCPP และได้รับการรับรองมาตรฐานจาก Open Charge Alliance หรือไม่ เพื่อความมั่นใจในการทำงานร่วมกัน
Q: ต้องมีระบบ CSMS เองหรือสามารถใช้บริการ Cloud-based ได้?
A: ธุรกิจสามารถเลือกได้ทั้งสองแบบ คือ ติดตั้ง CSMS เองหรือใช้บริการ Cloud-based CSMS ซึ่งมีข้อดีคือลดต้นทุนการลงทุนเริ่มต้น มีการอัปเดตอัตโนมัติ และสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ผ่านอินเทอร์เน็ต
Q: ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้ OCPP หรือไม่?
A: แม้จะเป็นธุรกิจขนาดเล็กก็ควรพิจารณาใช้ OCPP เพราะช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการขยายระบบในอนาคต ช่วยบริหารจัดการการทำงานได้สะดวกมากขึ้น ลดต้นทุนในการจ้างพนักงานสำหรับมอนิเตอร์การทำงาน และช่วยให้มีระบบชำระเงินที่หลากหลายกว่าเดิม
