ความสำคัญของระบบไฟฟ้าในอาคาร
อาคารทุกอาคารไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สำนักงาน หรือโรงงานอุตสาหกรรม จำเป็นต้องมีระบบไฟฟ้าในอาคาร เพื่อให้สามารถใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เครื่องจักรในการผลิต ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัย หากไม่มีระบบไฟฟ้าในอาคาร อาคารหลังนั้น ๆ ก็จะไม่สามารถเปิดทำการได้
ระบบไฟฟ้าในอาคารควรได้รับการออกแบบและติดตั้งอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่นเดียวกับการบำรุงรักษาที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอและถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อให้ระบบหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในอาคารที่ใช้งานพลังงานจากไฟฟ้าทำงานได้เป็นปกติ ช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับไฟฟ้า เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟฟ้าดับ ไฟตก ไฟกระชาก หรือปัญหาอื่น ๆ ที่อาจนำไปสู่ความเสียหายหรืออันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
ระบบไฟฟ้าในอาคารมีกี่ระบบ

โดยทั่วไปแล้วระบบไฟฟ้าในอาคารมี 3 ระบบหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้
ระบบไฟฟ้าแรงสูงและระบบไฟฟ้าแรงต่ำ
ระบบไฟฟ้าแรงสูงและระบบไฟฟ้าแรงต่ำเป็นระบบหลักของระบบไฟฟ้าในอาคารทุกหลัง หน้าที่หลักคือการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า โดยระบบไฟฟ้าแรงสูงใช้สำหรับการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าในปริมาณมาก เช่น เครื่องจักรหนักในโรงงานอุตสาหกรรม ขณะที่ระบบไฟฟ้าแรงต่ำใช้สำหรับส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าและแสงสว่างทั่วไปภายในอาคาร
ระบบแสงสว่างฉุกเฉิน
ระบบแสงสว่างฉุกเฉินเป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้แสงสว่างในกรณีเกิดไฟฟ้าดับทั่วอาคาร ระบบนี้จะทำงานทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟดับโดยใช้พลังงานจากแหล่งจ่ายไฟสำรอง ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบต่าง ๆ ภายในตัวอาคารที่ใช้พลังงานไฟฟ้าสามารถทำงานต่อไปได้โดยไม่ขาดช่วง และไม่เกิดผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน
ระบบอนุรักษ์พลังงาน
เป็นระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงเพื่อช่วยประหยัดพลังงานในอาคาร และมุ่งเน้นการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยทั่วไปมักเป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานต่าง ๆ เช่น ระบบควบคุมแสงสว่างอัตโนมัติ ระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ และการใช้พลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์
ระบบไฟฟ้าในอาคารมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

ระบบไฟฟ้าในอาคารมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำงานร่วมกัน เพื่อให้การจ่ายพลังงานไฟฟ้าเป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย โดยองค์ประกอบของระบบไฟฟ้าในอาคารมีดังนี้
ระบบควบคุม
เป็นระบบที่ใช้สำหรับจัดการและควบคุมการจ่ายไฟฟ้าภายในตัวอาคารให้กับระบบต่าง ๆ เช่น ระบบแสงสว่าง ระบบปรับอุณหภูมิ ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบนี้จะมีอุปกรณ์สำคัญอย่างตู้ควบคุมไฟฟ้า หรือ MDB สำหรับใช้ควบคุมระบบไฟฟ้าหลักของอาคาร ซึ่งในอาคารสมัยใหม่มักติดตั้งระบบควบคุมแบบอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการไฟฟ้า รวมถึงหาจุดบกพร่องในระบบไฟฟ้า
ระบบจ่ายไฟฟ้า
ระบบจ่ายไฟฟ้าเป็นด่านแรกที่รับไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายภายนอก เช่น สถานีไฟฟ้าย่อยของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จากนั้นจะจ่ายไฟฟ้าผ่านหม้อแปลงไฟฟ้าเข้าสู่อาคาร โดยหม้อแปลงจะมีหน้าที่ในการปรับแรงดันไฟฟ้าจากแรงดันสูงให้เป็นไฟฟ้าแรงดันต่ำสำหรับใช้งานภายในอาคารต่อไป
ระบบสายไฟฟ้า
ระบบสายไฟฟ้าทำหน้าที่นำกระแสไฟฟ้าไปยังจุดใช้งานต่าง ๆ ภายในอาคาร ระบบสายไฟฟ้าจะประกอบด้วยสายไฟหลายชนิดสำหรับการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้
- สายไฟฟ้าหลัก – เป็นสายไฟที่เชื่อมต่อจากแหล่งจ่ายไฟหลักเข้าสู่แผงสวิตช์หลักของอาคาร
- สายไฟฟ้าภายใน – เป็นสายไฟที่ใช้นำส่งกระแสไฟฟ้าจากแผงสวิตช์หลักไปยังส่วนต่าง ๆ ของอาคาร เช่น ระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบเต้ารับ เป็นต้น
- ระบบสายดิน – เป็นเส้นทางที่ช่วยให้กระแสไฟฟ้าที่เกิดการรั่วไหล ไหลกลับไปยังระบบตัดไฟหรือไหลลงสู่ดิน ป้องกันอุบัติเหตุจากการโดนไฟฟ้าช็อต ไฟดูด ไฟรั่ว
- ท่อและรางร้อยสายไฟ – เป็นอุปกรณ์ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับสายไฟ ป้องกันความเสียหายจากความร้อน แรงดัน สิ่งสกปรก และยังเพิ่มเป็นระเบียบเรียบร้อยให้กับพื้นที่
อ่านบทความ 6 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการเดินระบบสายไฟในอาคาร สถานประกอบการ หรือโรงงานอุตสาหกรรม
ระบบแสงสว่าง
อาคารทุกหลังต้องมีระบบแสงสว่างเพื่อเพิ่มความสะดวกในการปฏิบัติงานและสร้างบรรยากาศที่เหมาะสม ระบบแสงสว่างในอาคารแบ่งออกตามหน้าที่ได้เป็น 2 ประเภทหลักคือ ระบบแสงสว่างทั่วไป ซึ่งก็คือหลอดไฟประเภทต่าง ๆ ที่ติดตั้งเพื่อทำหน้าที่ในการให้แสงสว่างแก่พื้นที่ กับระบบแสงสว่างตกแต่งที่ใช้เพื่อสร้างบรรยากาศหรือตกแต่งเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่
ระบบเต้ารับและสวิตช์
เต้ารับและสวิตช์เป็นส่วนสำคัญของระบบไฟฟ้าในอาคาร เต้ารับใช้สำหรับเชื่อมต่อระหว่างเครื่องใช้ไฟฟ้ากับระบบไฟฟ้าภายในอาคารเพื่อให้อุปกรณ์นั้น ๆ ทำงานได้ ขณะที่สวิตช์จะใช้ควบคุมการเปิด-ปิดการทำงานของระบบแสงสว่างภายในอาคาร
ระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร
เป็นระบบที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัยของอุปกรณ์ไฟฟ้า ชีวิต และทรัพย์สินต่าง ๆ ภายในอาคาร ระบบนี้จะประกอบด้วยอุปกรณ์สำคัญหลายอย่าง อาทิ ฟิวส์ เบรกเกอร์ เครื่องตัดไฟรั่ว (RCD) อุปกรณ์แต่ละชิ้นจะทำหน้าที่ตัดไฟฟ้าอย่างรวดเร็วเมื่อมีกระแสไฟฟ้าเกินพิกัดหรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ช่วยป้องกันความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าและป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าช็อตหรือไฟไหม้
คำแนะนำในการติดตั้งระบบไฟฟ้าในอาคาร

การติดตั้งระบบไฟฟ้าในอาคารที่ดี ควรเริ่มจากการออกแบบระบบที่เหมาะสมกับความต้องการและลักษณะการใช้งานไฟฟ้าของอาคารนั้น ๆ โดยคำนึงถึงโหลดไฟฟ้าที่ต้องใช้ การเดินสายไฟให้เป็นระเบียบ และการเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบมีประสิทธิภาพและปลอดภัย การออกแบบที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงของไฟฟ้าลัดวงจร ลดการใช้พลังงานเกินความจำเป็น และรองรับการขยายระบบในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ การติดตั้งระบบไฟฟ้าในอาคารควรดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และความรู้ด้านมาตรฐานความปลอดภัย เพราะหากติดตั้งไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดปัญหาทางไฟฟ้าตามมาในภายหลัง เช่น การรั่วไหลของกระแสไฟฟ้า หรือระบบทำงานผิดพลาด ดังนั้น การเลือกใช้บริการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำจากผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้ระบบมีความปลอดภัยและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
การดูแลรักษาระบบไฟฟ้าในอาคาร

นอกจากการออกแบบและติดตั้งที่เหมาะสมแล้ว ระบบไฟฟ้าในอาคารจำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย หากละเลยอาจทำให้เกิดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจร ไฟฟ้าดับ หรือแม้แต่เพลิงไหม้ที่เกิดจากระบบไฟฟ้าชำรุด นอกจากนี้ การตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้องยังช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้า ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในอาคาร หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการดูแลรักษาระบบไฟฟ้าในอาคารคือการทำ Preventive Maintenance (PM) หรือการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาระบบไฟฟ้าขัดข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน หรือ Preventive Maintenance (PM) เป็นการตรวจสอบและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าตามรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยจะครอบคลุมตั้งแต่การตรวจเช็กระบบสายไฟฟ้า ตู้ควบคุมไฟฟ้า อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร และเครื่องสำรองไฟ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบไฟฟ้าทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยตลอดเวลา สามารถลดการเกิดปัญหาขัดข้องก่อนที่จะลุกลามเป็นความเสียหายร้ายแรงได้
อ่านบทความ: ผู้ประกอบการต้องรู้! ตรวจไฟฟ้าในอาคารประจำปีตามกฎหมาย มาตรฐานปลอดภัยที่ควรปฏิบัติ
Nutthaphume Engineering ให้บริการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าในอาคารโดยผู้เชี่ยวชาญ
ระบบไฟฟ้าในอาคารเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการใช้งานอาคารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย สำนักงาน หรือโรงงานอุตสาหกรรม การเข้าใจประเภท องค์ประกอบ และการดูแลรักษาระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้อง จะช่วยให้สามารถติดตั้งและใช้งานระบบไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการทำ Preventive Maintenance (PM) ถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อลดความเสี่ยงของไฟฟ้าขัดข้องและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้า Nutthaphume Engineering ให้บริการออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าในอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม ครอบคลุมทั้งระบบไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำ ด้วยทีมวิศวกรไฟฟ้างานมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลระบบไฟฟ้าของคุณให้ปลอดภัยและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
ปรึกษาทีมงานเพิ่มเติมหรือขอใบเสนอราคา ติดต่อเรา