ปัญหาค่าไฟแพงในปัจจุบัน
ในปี 2026 นี้ หลายคนน่าจะเริ่มรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิและสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น จนเรียกได้ว่าเป็นการร้อนที่ผิดปกติจากหน้าร้อนทั่วไป ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากความเสี่ยงของปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2026 และทำให้โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นถึง 1.5 องศาเซลเซียส บวกกับสภาวะ Heatwave ที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ช่วงเวลากลางวันมีอากาศร้อนผิดปกติจนเกิดอันตรายได้ สำหรับคนออกไปอยู่บริเวณกลางแจ้งเป็นระยะเวลานาน
แน่นอนว่า 2 เหตุการณ์เหล่านี้ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คุณเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดวัน จนทำให้ค่าไฟแพงขึ้น แต่จะพูดว่าสาเหตุของค่าไฟแพงผิดปกติมาจาก 2 สาเหตุนี้เป็นหลัก ก็ยังไม่ถูกซะทีเดียว เพราะองค์ประกอบของค่าไฟ และพฤติกรรมการใช้งานที่ส่งผลกระทบต่อค่าไฟ ยังมีอีกหลายสาเหตุที่คุณอาจยังไม่รู้ สำหรับหัวข้อถัดไปจะมาเฉลยถึงองค์ประกอบในการคิดค่าไฟแบบเข้าใจง่ายให้ทุกคนทราบกัน
องค์ประกอบในการคิดค่าไฟ
1. ค่าพลังงานไฟฟ้า
ค่าพลังงานไฟฟ้าจะมีการคิดจากโครงสร้างค่าไฟฟ้า เช่น ค่าเชื้อเพลิง การรับซื้อไฟฟ้า ค่าขนส่งระบบ ค่าดำเนินการระบบจำหน่ายไฟฟ้า โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงทุก ๆ 3-5 ปี ตามอัตราแลกเปลี่ยนและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เปลี่ยนแปลงในช่วงนั้น ๆ
2. ค่า FT
Fuel Adjustment Charge หรือ ค่าไฟฟ้าผันแปร หนึ่งในองค์ประกอบที่ถูกนำมาคำนวณรวมกับบิลค่าไฟทุก ๆ เดือน และจะถูกคำนวณใหม่ทุก 4 เดือน ตามการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนค่าใช้จ่ายพลังงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ดังนี้
- ค่าเชื้อเพลิง: เชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตน้ำมัน เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเชื้อเพลิงเหล่านี้มีราคาเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์โลก
- ค่าการซื้อไฟฟ้า: กรณีไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศไม่เพียงพอ รัฐบาลจะทำการซื้อไฟฟ้าจากโรงงานเอกชน หรือโรงงานต่างประเทศ ซึ่งมีราคาสูงกว่าโรงงานของภาครัฐ
- นโยบายรัฐบาล: กรณีช่วง Covid-19 หรือเมื่อมีสถานการณ์ไม่ปกติในประเทศ รัฐบาลอาจมีการประกาศตรึงค่า FT และลดค่าไฟฟ้าลง เมื่อสถานการณ์กลับมาปกติ รัฐบาลจำเป็นต้องปรับค่าใช้จ่ายให้เท่าเดิมหรือสูงขึ้น เพื่อชดเชยส่วนที่เสียไป จนทำให้ค่าไฟแพงขึ้น
- การสำรองไฟฟ้า: การสำรองไฟฟ้าปกติจะอยู่ที่ 15% กรณีรัฐบาลมีการสำรองไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะถูกรวมมาในบิลค่าไฟ ที่ประชาชนต้องมีส่วนในการรับผิดชอบร่วมกัน
update: ค่า FT ประจำเดือนมกราคม-เมษายน 2569 อยู่ที่ 0.0972 บาท
3. ค่าบริการรายเดือน
ค่าใช้จ่ายในการจดบันทึก นำส่งข้อมูล คิดค่าบริการ และบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ซึ่งดำเนินการโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. เพื่อให้การใช้ไฟฟ้าของเราเป็นไปอย่างราบรื่น
4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT 7% จะถูกคิดจากค่าใช้จ่ายทั้ง 3 องค์ประกอบด้านบนรวมกัน
ปัจจุบันค่าไฟหน่วยละกี่บาท?
ปัจจุบันทาง กกพ. ได้มีมติเคาะราคาค่าไฟฟ้าใหม่ สำหรับงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2569 อยู่ที่ 3.88 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

สาเหตุที่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น มีอะไรบ้าง?
หลังจากทำความเข้าใจองค์ประกอบของค่าไฟกันไปแล้ว ในหัวข้อนี้จะมาเฉลยสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น แต่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยสังเกตมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น
1. การเปลี่ยนแปลงของค่า FT
จากที่กล่าวไปในหัวข้อที่แล้ว ค่า FT เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้หลายคนมองว่าค่าไฟสูงผิดปกติ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่มีการเปลี่ยนแปลงทุก 4 เดือน ทำให้ค่าไฟมีการเปลี่ยนแปลง แม้จะมีการใช้ไฟในปริมาณเท่าเดิม หลายคนที่คอยติดตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ อาจรู้สึกผิดปกติได้
2. สภาพอากาศที่ร้อนจัด
สภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้คอมเพลสเซอร์แอร์ต้องทำงานหนักขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าอุณหภูมิภายนอกมากเท่าไร แอร์จะยิ่งทำงานหนักมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ความร้อนยังทำให้ระบบภายในของแอร์ร้อนตามไปด้วย ทำให้การทำงานของแอร์อาจไม่มีประสิทธิภาพมากเท่าที่ควร
3. เครื่องใช้ไฟฟ้ามีอายุการใช้งานนานเกินไป
ปัญหาที่หลายคนมักมองข้าม คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นในบ้านมีอายุการใช้งานเกิน 7-10 ปี ถึงแม้ว่าจะยังสามารถทำงานได้ดีและไม่มีการชำรุด แต่ประสิทธิภาพในการทำงานไม่ใช่ 100% เหมือนช่วงที่เริ่มใช้งานในช่วงแรก ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้มีการดึงไฟฟ้ามาใช้มากกว่าปกติ เพื่อให้ระบบยังคงทำงานได้เต็มที่ให้มากที่สุด ส่งผลให้ค่าไฟแพงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
4. เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด
ปัญหาเครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุดหรือเสื่อมสภาพ เช่น ขอบยางตู้เย็นเสื่อมจนมีไอเย็นรั่วไหลตลอดเวลา, เซนเซอร์แอร์พัง จนทำให้ระบบการปรับอุณหภูมิทำงานผิดจังหวะ สิ่งเหล่านี้ทำให้มีการใช้ไฟฟ้ามากกว่าที่ควรจะเป็น และเป็นจุดเล็ก ๆ ที่หลายคนมักไม่เคยสังเกตเห็น
5. ปัญหาไฟรั่วภายในบ้าน
ปัญหาไฟฟ้ารั่วที่เกิดจากสายไฟฟ้าคุณภาพต่ำ หรือสายไฟที่มีอายุการใช้งานนานจนเปราะแตก ทำให้มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ตลอดเวลาแม้ไม่ได้ใช้งาน นอกจากจะทำให้ค่าไฟแพงผิดปกติแล้ว ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร จนกลายเป็นไฟไหม้ได้
6. พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนไป
หากตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน และตรวจสอบค่าไฟฟ้าอย่างละเอียดแล้ว แต่ยังไม่พบสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น แสดงว่าค่าไฟไม่มีความผิดปกติ แต่อาจเป็นพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของตนเองที่ลืมสำรวจ เช่น การเปิดแอร์มากขึ้นในหน้าร้อน การใช้เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน การใช้เวลาอยู่ในบ้านมากกว่าปกติ หรือการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน
ตรวจสาเหตุค่าไฟแพงในบ้านด้วยตัวเอง
สำหรับใครที่รู้สึกไม่สบายใจกับค่าไฟที่แพงขึ้นในปัจจุบัน เพื่อสร้างความสบายใจและแก้ไขปัญหาเบื้องต้น สามารถตรวจหาสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟแพงด้วยตัวเองได้ ตามวิธีด้านล่างนี้
1. การทดสอบปิดสวิตช์ไฟทั้งหมด
เริ่มต้นด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุดในการทดสอบ คือ การปิดสวิตช์ไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านทั้งหมด จากนั้นให้ตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้าว่ายังหมุนอยู่หรือไม่ หากยังหมุนอยู่ แสดงว่ามีการรั่วไหลของไฟฟ้าเกิดขึ้น ควรรีบค้นหาจุดที่รั่วหรือเรียกช่างเข้ามาตรวจสอบทันที
2. เช็กอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน
ตรวจสอบความเรียบร้อยและสภาพการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน เช่น เสียงที่ดังผิดปกติขณะเปิดใช้งาน ความเย็นของแอร์และพัดลมที่ลดลง เสียงปั๊มน้ำดังในเวลาที่ไม่มีคนใช้น้ำ และหลอดไฟที่กะพริบบ่อย ๆ หากพบความผิดปกติเกิดขึ้น แนะนำให้รีบซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ทันที
3. การเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า
ตรวจสอบจำนวนหน่วยการใช้งานไฟฟ้า และจำนวนชั่วโมงที่ใช้งานจริงในแต่ละเดือน เปรียบเทียบกับบิลค่าไฟในเดือนก่อน ๆ เพื่อดูว่ามีความคลาดเคลื่อนมากน้อยแค่ไหน หากบิลค่าไฟไม่คงที่แต่มีปริมาณการใช้ไฟ และค่า FT เท่าเดิม อาจเกิดปัญหากับระบบไฟฟ้าภายในบ้าน

แนวทางแก้ไขเบื้องต้นลดปัญหาค่าไฟแพง
ปัญหาค่าไฟแพงจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เป็นสิ่งที่ยากต่อการแก้ไข หากไม่สามารถลดการใช้ไฟฟ้าด้วยตนเองได้จริง ๆ สามารถใช้วิธีอื่น ๆ เพื่อลดค่าไฟทางอ้อม ดังนี้
- การล้างแอร์เป็นประจำ: การล้างแอร์เป็นประจำ จะช่วยให้แอร์สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องดึงกำลังไฟเป็นจำนวนมากเพื่อทำให้ห้องเย็น
- การเปลี่ยนมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟ: เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จะช่วยประหยัดค่าไฟได้มากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าปกติทั่วไป
- การติดตั้ง Solar Rooftop: ติดตั้งหลังคาโซล่าเซลล์ เพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในช่วงเวลากลางวัน นอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟแล้ว ยังช่วยลดโลกร้อนได้อย่างเห็นผลจริง
- การเปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบ TOU (Time of Use): มิเตอร์ TOU จะปรับอัตราค่าไฟตามช่วง Peak โดยค่าไฟในช่วงเวลากลางคืนจะถูกกว่ากลางวัน สำหรับบ้านที่ไม่ค่อยมีคนอยู่ตอนกลางวัน การใช้มิเตอร์ประเภทนี้จะช่วยลดค่าไฟได้เป็นอย่างดี
อ่านบทความเพิ่มเติม: โซล่าเซลล์คืออะไร? เจาะลึกการทำงานและความคุ้มค่าในการลงทุนปี 2026
ณัฐภูมิ วิศวกรรม บริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี
สรุปปัญหาค่าไฟแพงมีต้นตอมาจากสาเหตุที่หลากหลาย บางสาเหตุสามารถตรวจสอบและแก้ไขได้ด้วยตนเอง แต่บางสาเหตุที่เกิดกับระบบไฟฟ้า การแก้ไขด้วยตนเองเป็นเรื่องที่อันตรายมากเกินไป จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญงานไฟฟ้าในการจัดการ ณัฐภูมิ วิศวกรรม เราให้บริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าเชิงป้องกันด้วยวิศวกรวิชาชีพ พร้อมเครื่องมือ Thermal Scan เพื่อค้นหาจุดที่เกิดความผิดปกติ พร้อมตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าใหญ่ ๆ ในบ้านคุณ เพื่อให้มั่นใจว่าค่าไฟที่คุณจ่ายไปนั้นถูกต้องและปลอดภัยที่สุด
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา หรือโทร 098-291-4911 และแอดไลน์ @npeng
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาค่าไฟแพงผิดปกติ
1. แอร์เก่ากินไฟกว่าแอร์ใหม่แค่ไหน?
แอร์ระบบ Inverter รุ่นใหม่ประหยัดกว่าแอร์ระบบเก่า ได้ถึง 30-50% หากมีการเปิดใช้งานต่อเนื่อง 8-10 ชั่วโมง
2. ทำไมล้างแอร์แล้วค่าไฟยังไม่ลด??
อาจเกิดจากคอมเพรสเซอร์ภายนอกตั้งอยู่ในจุดที่ระบายอากาศไม่ได้ หรือน้ำยาแอร์ขาด ทำให้แอร์ยังคงทำงานหนักอยู่แม้จะล้างฟิลเตอร์สะอาดแล้ว ควรให้ช่างแอร์ตรวจสอบระบบการทำงานของแอร์อย่างละเอียด
3. ติดโซล่าเซลล์คุ้มค่าในกี่ปี?
หากออกแบบให้พอดีกับการใช้งานจริง และเป็นบ้านที่มีการใช้ไฟตอนกลางวันสม่ำเสมอ โดยเฉลี่ยจะสามารถคืนทุนภายใน 5-7 ปี
