รถ EV ของคุณรับไฟได้สูงสุดเท่าไหร่?
ก่อนจะไปดูสเปกเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า สิ่งแรกที่ต้องดูคือ รถ EV ของคุณเพราะรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละรุ่น มีขีดความสามารถในการรับไฟกระแสสลับ (AC) หรือที่เรียกว่า On-Board Charger (OBC) ไม่เท่ากัน
นั่นหมายความว่า ต่อให้คุณซื้อ EV Charger สเปกแรงที่จ่ายไฟได้ถึง 22kW แต่รถของคุณมี OBC รับได้แค่ 7kW ไฟก็จะเข้าแบตเตอรี่แค่ 7kW เท่านั้น เท่ากับว่าคุณกำลังจ่ายเงินค่าเครื่องและค่าเดินสายไฟส่วนเกินไปฟรี ๆ โดยไม่ได้ทำให้ชาร์จเร็วขึ้นเลย
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองมาดูตารางความสามารถในการรับไฟของรถ EV รุ่นยอดนิยมในตลาดปี 2025-2026 กัน
| กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า | รุ่นรถตัวอย่าง (Popular Models) | รับไฟ AC สูงสุด (OBC) | สเปก Charger ที่แนะนำ |
| City Car / Compact SUV | BYD Dolphin Atto 3 ORA Good Cat Neta V-II | 6.6 – 7 kW | 7.4 kW (1 เฟส) |
| Premium EV / Mid-Size SUV | Tesla Model 3/Y Volvo XC40/C40 Deepal S07 BMW iX3 | 11 kW | 11 kW (3 เฟส) |
| High Performance / Luxury | Audi e-tron Porsche Taycan Lotus Eletre | 11 – 22 kW | 22 kW (3 เฟส) |
หมายเหตุ: ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงในรถแต่ละปีผลิต โปรดตรวจสอบคู่มือรถของคุณอีกครั้งเพื่อความถูกต้อง
ดังนั้น ทางที่ดีควรจะเลือก EV Charger ให้เท่ากับหรือมากกว่าสเปก OBC ของรถเล็กน้อยก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเผื่อไปถึงรุ่นท็อปสุดเสมอไป

7kW vs 11kW vs 22kW แบบไหนที่ใช่คุณ!
เมื่อรู้สเปกรถแล้ว โจทย์ข้อต่อมาคือ ระบบไฟฟ้าที่บ้านมาดูกันว่า EV Charger 7kW vs 22kW และรุ่นกลางยอดฮิตอย่าง 11kW มีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วแบบไหนจะเหมาะกับมิเตอร์ไฟบ้านคุณที่สุด
1. EV Charger 7.4 kW สำหรับระบบไฟฟ้า 1 เฟส
เหมาะกับผู้ใช้รถ EV ค่ายจีน/ญี่ปุ่นทั่วไป และบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่ที่มีมิเตอร์ไฟขนาด 30(100)A 1 เฟส
- ข้อดี: เป็นตัวเลือกที่ประหยัดงบที่สุด ทั้งราคาเครื่องและค่าติดตั้ง เพราะไม่ต้องขยายเขตไฟฟ้าเป็น 3 เฟส ใช้สายไฟขนาดมาตรฐาน (10-16 sq.mm.)
- ข้อจำกัด: ใช้เวลาชาร์จเฉลี่ย 6-10 ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอสำหรับการชาร์จข้ามคืน
2. EV Charger 11 kW สำหรับระบบไฟฟ้า 3 เฟส
เหมาะกับผู้ใช้รถยุโรป เช่น Volvo, BMW, Mercedes-Benz และ Tesla Model 3/Y ที่รองรับไฟ 3 เฟส
- ข้อดี: เป็นมาตรฐานใหม่ของบ้านยุค 2026 ชาร์จเร็วกว่าแบบ 7kW ประมาณ 1.5 เท่า ช่วยให้รถที่แบตเตอรี่ ใหญ่ ๆ เต็มเร็วขึ้นโดยไม่ต้องรอนาน
- ข้อจำกัด: บ้านต้องใช้ระบบไฟ 3 เฟส เท่านั้น หากเดิมเป็น 1 เฟส ต้องลงทุนเปลี่ยนมิเตอร์และเดินสายเมนเข้าบ้านใหม่ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
3. EV Charger 22 kW สำหรับระบบไฟฟ้า 3 เฟส
เหมาะกับบ้านขนาดใหญ่ที่มีรถหลายคัน หรือมีรถสมรรถนะสูงที่รับไฟได้ 22kW เช่น Audi e-tron บางรุ่น หรือคนที่ต้องการเลือกเผื่ออนาคต
- ข้อดี: แรงสุด จบสุด รองรับรถได้ทุกรุ่นในท้องตลาด
- ข้อจำกัด: ราคาสูงที่สุด และกินไฟมาก จำเป็นต้องขอมิเตอร์ขนาดใหญ่ 30(100)A 3 เฟส ขึ้นไป และใช้สายไฟเบอร์ใหญ่พิเศษ
หากได้สเปก EV Charger ที่ต้องการแล้ว และอยากเห็นหน้าตาหรือฟังก์ชันจริง สามารถเข้าไปเลือกชมรุ่น ดีไซน์ และเช็กราคา EV Charger แบรนด์ชั้นนำได้ที่ ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ ที่คัดเฉพาะรุ่นที่ผ่านมาตรฐาน มอก. และทนอากาศเมืองไทยมาให้แล้ว
อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่:ระบบไฟฟ้า 1 เฟสกับ 3 เฟส คืออะไร? แตกต่างกันอย่างไร?

ติดตั้ง EV Charger ที่บ้านใช้งบเท่าไหร่กันแน่?
เพื่อให้คุณติดตั้ง EV Charger ที่บ้านได้แบบงบไม่บานปลาย และควรจะย้ำเตือนตนเองไว้เสมอว่า ราคา EV Charger ที่เห็นตามป้ายโฆษณา มักจะเป็นราคาเฉพาะตัวเครื่องเปล่า ๆ ยังไม่รวมค่าดำเนินการอื่น ๆ ที่จำเป็น เพราะหลายคนเคยเจอประสบการณ์ช่างแจ้งราคาถูกในตอนแรก แต่มาบวกเพิ่มหน้างานยิบย่อยจนงบบานปลาย
เราสรุปโครงสร้างต้นทุนที่คุณต้องเตรียมไว้มาให้แล้ว ดังนี้
1. ค่าเครื่อง EV Charger
งบประมาณ: 15,000 – 45,000+ บาท
ราคาขึ้นอยู่กับแบรนด์ กำลังไฟ (7/11/22kW) และฟีเจอร์อัจฉริยะอื่น ๆ เช่น เครื่องชาร์จ Wallbox ที่รองรับแอปพลิเคชัน การเชื่อมต่อ Wi-Fi/4G หรือระบบ RFID
2. ค่าแรงและอุปกรณ์ติดตั้งมาตรฐาน
งบประมาณ: 9,000 – 16,000+ บาท สำหรับระยะเดินสายมาตรฐาน
นอกจากค่าจ้างช่างที่มาเดินสายให้แล้ว ยังมีค่าอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานวิศวกรรมอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องมีตามกฎการไฟฟ้าอีกด้วย ได้แก่
- สายไฟเบอร์ใหญ่ (CV/NYY)
- ท่อร้อยสาย (uPVC/EMT)
- ตู้ Consumer Unit แยกส่วนตัว
- เบรกเกอร์กันดูด (RCD Type B)
3. ค่าธรรมเนียมการไฟฟ้า
- ค่าเปลี่ยนมิเตอร์ TOU: ประมาณ 3,000 – 6,000 บาท ให้การไฟฟ้าฯ
- ค่าเปลี่ยนระบบเป็น 3 เฟส: กรณีต้องอัปเกรดจาก 1 เฟส เป็น 3 เฟส เพื่อติดเครื่อง 11kW/22kW จะมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้หลักหมื่นบาท ทั้งค่าธรรมเนียมและค่าเดินสายเมนเข้าบ้านใหม่
หากต้องการทราบรายละเอียดเจาะลึก สามารถอ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่: ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) ที่บ้าน ราคาเท่าไหร่ ต้องทำยังไงบ้าง?

ปี 2026 ต้องระบบ Smart Load Balance
ในปี 2026 แน่นอนว่าบ้านหนึ่งหลังไม่ได้มีแค่ตู้เย็นกับพัดลม แต่เต็มไปด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูง ทั้งแอร์ เครื่องฟอกอากาศ และรถ EV การเลือกติดตั้ง EV Cherger แบบธรรมดาอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ฟังก์ชัน Smart Load Balance จึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่วิศวกรแนะนำ
Smart Load Balance คืออะไร?
อธิบายง่าย ๆ ก็คือ ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะที่คอยตรวจจับการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแบบเรียลไทม์ เช่น เมื่อสมาชิกในบ้านเปิดแอร์พร้อมกันหลายเครื่อง หรือมีการใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ที่ทำให้ไฟบ้านถูกดึงไปใช้เยอะ
ระบบจะสั่งลดกำลังไฟชาร์จรถลงอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟเกินพิกัดมิเตอร์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เบรกเกอร์เมนตัด จนทำให้ไฟดับทั้งบ้าน และเมื่อทุกคนปิดไฟเข้านอน ซึ่งเป็นช่วงที่ใช้ไฟบ้านน้อย ระบบจะสั่งเร่งไฟชาร์จกลับมาเต็มกำลังให้เอง เพื่อให้แบตเตอรี่รถ EV ของคุณชาร์จเต็มทันตอนเช้า
Smart Load Balance ดีอย่างไร?
1. ไม่ต้องขอเพิ่มขนาดมิเตอร์: ช่วยประหยัดค่าเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่หลักหมื่นบาท เพราะระบบช่วยบริหารจัดการไฟให้พอใช้
2. ความปลอดภัยสูง: ตัดความเสี่ยงเรื่องไฟ Overload จนสายไหม้หรือเบรกเกอร์ทริป
3. รองรับ Solar Rooftop: เครื่องชาร์จรุ่นใหม่ ๆ ที่มีระบบนี้มักมาพร้อมฟีเจอร์ Solar Compatibleสามารถดึงไฟส่วนเกินจากแผงโซล่าเซลล์มาชาร์จรถได้ ช่วยคุณประหยัดค่าไฟได้อีกต่อ
จบปัญหางบบานปลาย! ด้วยบริการสำรวจและออกแบบจากณัฐภูมิ วิศวกรรม
ที่ ณัฐภูมิ วิศวกรรม เรายินดีเป็นที่ปรึกษาที่ช่วยคุณประหยัดงบและลดความเสี่ยงตั้งแต่ก้าวแรก ด้วยกระบวนการทำงานแบบมืออาชีพ ตั้งแต่
- เข้าสำรวจหน้างานตรวจเช็กขนาดเมนเบรกเกอร์และคำนวณโหลดไฟฟ้าจริงของบ้านคุณ ว่าเหลือพอสำหรับชาร์จรถหรือไม่
- Match สเปกที่พอดีแนะนำรุ่นที่เหมาะกับรถและไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคุณจริง ๆ ไม่เชียร์ขายของแพงเกินจำเป็น หากรถคุณใช้ไม่ได้
- ติดตั้งตามมาตรฐาน วสท.การันตีความปลอดภัยสูงสุด พร้อมความใส่ใจเรื่องความสวยงามของการเดินท่อร้อยสาย เพื่อให้บ้านของคุณดูดี ไม่รกสายตา
อ่านบทความที่น่าสนใจ: 5 Checklist เตรียมติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน ที่เจ้าของรถ EV ต้องรู้!
EV Charger ที่ใช่ ไม่จำเป็นต้องแพง
การติดตั้ง EV Charger ที่บ้านที่ดีที่สุด ไม่ได้วัดกันที่ราคาเครื่องชาร์จที่สูงลิ่ว หรือกำลังไฟที่มากที่สุดเสมอไป เพราะหัวใจสำคัญคือความพอดีที่ตอบโจทย์ทั้งสเปกรถยนต์และระบบไฟฟ้าในบ้านของคุณได้อย่างลงตัวต่างหาก
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าบ้านของคุณเหมาะกับรุ่นไหน ณัฐภูมิ วิศวกรรม พร้อมดูแลคุณครบวงจร ด้วยบริการออกแบบ ติดตั้ง บำรุงรักษา EV Charger มาตรฐานวิศวกรรม เราช่วยวางแผนคุมงบและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้รถ EV คันโปรดของคุณ ชาร์จรถไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจ ไม่เสียดายทีหลังว่าซื้อมาเกินความจำเป็น
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา
หรือโทร 098-291-4911 และแอดไลน์ @npeng
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติดตั้ง EV Charger
1. ดูยังไงว่าบ้านต้องขอมิเตอร์ไฟเพิ่ม หรือเปลี่ยนเป็น 3 เฟส?
เบื้องต้นให้ดูที่บิลค่าไฟ หรือดูที่ตัวมิเตอร์หน้าบ้าน
- หากเป็นมิเตอร์ 5(15)A หรือ 15(45)A ต้องเปลี่ยนมิเตอร์ขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้กำลังไฟเพียงพอสำหรับชาร์จรถ EV
- หากมิเตอร์ระบุว่า 30(100)A สามารถติดตั้งเครื่องชาร์จขนาด 7.4 kW ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยน
หรือในกรณีที่ต้องการติดตั้งเครื่องชาร์จขนาด 11 kW หรือ 22 kW ต้องเปลี่ยนระบบไฟเป็น 3 เฟส (4 สาย) เท่านั้น
2. สายดินของเครื่องชาร์จ ใช้ร่วมกับกราวด์เดิมของบ้านได้ไหม?
ต้องวัดค่าความต้านทานดินหน้างานจริงก่อน หากกราวด์เดิมค่าต่ำกว่า 5 โอห์ม (มาตรฐาน วสท.) สามารถเชื่อมต่อระบบเข้าด้วยกันได้ แต่ถ้ากราวด์เดิมไม่ดี หรือเป็นบ้านเก่า ต้องตอกแท่งกราวด์ใหม่ แยกเฉพาะสำหรับวงจรชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของระบบรถ EV
3. ถ้าที่บ้านติดโซล่าเซลล์อยู่แล้ว เอาไฟจากโซล่าเซลล์มาชาร์จรถได้ไหม?
ได้ แต่ต้องเลือกเครื่องชาร์จรุ่นที่รองรับฟังก์ชัน Solar Compatible หรือ Eco Mode เพื่อให้ EV Charger ดึงไฟส่วนเกินจากแผงโซล่าเซลล์มาชาร์จรถก่อนดึงไฟหลวง ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟได้สูงสุด
