ระบบรถยนต์แต่ละประเภท มีอะไรบ้าง แตกต่างกันอย่างไร
รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน
รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน คือ รถยนต์ที่มีเครื่องยนต์เป็นส่วนประกอบ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อทำการขับเคลื่อน เป็นประเภทรถที่พบเห็นได้ทั่วไป เพราะเป็นรถยนต์ระบบแรก ๆ ที่ใช้กันมาอย่างแพร่หลายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และนอกจากน้ำมันแล้ว ยังสามารถใช้ทั้งแก๊ส LPG หรือ NGV เป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนได้
รถยนต์ไฮบริด
รถยนต์ไฮบริด เป็นรถยนต์ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันลงด้วยการเสริมระบบชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้ามาใช้งาน การทำงานของรถยนต์ไฮบริดจึงจะเป็นการผสมผสานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ สามารถเติมได้ทั้งน้ำมันและชาร์จไฟฟ้าจากภายนอก
รถยนต์ไฟฟ้า
รถยนต์ไฟฟ้า เป็นประเภทรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อน 100% โดยการเติมพลังงานจะเป็นการชาร์จแบตเตอรี่จากเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Charger ขับเคลื่อนรถยนต์ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยระยะทางที่รถสามารถวิ่งได้จะขึ้นอยู่กับขนาดของแบตเตอรี่ และเปอร์เซ็นต์ที่ชาร์จ
ข้อดี-ข้อเสียของรถยนต์แต่ละแบบเป็นอย่างไร

ทราบกันไปแล้วว่ารถแต่ละประเภทมีหลักการทำงานอย่างไร เพื่อเป็นการเปรียบเทียบและประกอบการตัดสินใจในการเลือกลงทุนกับรถยนต์ มาดูกันว่ารถยนต์ระบบเครื่องยนต์ (หรือน้ำมัน) รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้ามีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง
1. รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน แก๊ส LPG และ NGV
ข้อดี
- มีตัวเลือกเยอะ
- ราคาเข้าถึงง่าย มีหลายระดับตั้งแต่ราคาถูก-ราคาสูง
- ค่าบำรุงรักษาไม่สูงมาก เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย
- สามารถซื้อและปล่อยขายได้ง่าย
ข้อเสีย
- อัตราการประหยัดน้ำมันต่ำ เพราะใช้น้ำมันขับเคลื่อน 100%
- ราคาน้ำมันสูง
- ปล่อยมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงเพื่อขับเคลื่อนเครื่องยนต์ออกมาเป็นฝุ่นควัน
2. รถยนต์ไฮบริด
ข้อดี
- สามารถปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนตามความเหมาะสมได้
- มีการเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้เวลาเหยียบเบรก
- กำลังรถยนต์และการออกตัวดี
- ช่วยประหยัดค่าน้ำมันบางส่วน
- สามารถชาร์จ EV Charger ได้
ข้อเสีย
- ค่าซ่อมบำรุงสูง เพราะมีทั้งระบบเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า
3. รถยนต์ไฟฟ้า
ข้อดี
- ใช้พลังงานไฟฟ้า 100%
- ไม่ปล่อยมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
- ชาร์จไฟฟ้าด้วยสถานีชาร์จรถไฟฟ้า หรือ EV Charger ซึ่งติดตั้งที่บ้านได้
- เครื่องทำงานเงียบ ไม่รบกวน
- ค่าบำรุงรักษาต่ำ
ข้อเสีย
- ราคาสูง
- แบตเตอรี่มีอายุการใช้งาน แต่สามารถซื้อเปลี่ยนใหม่ได้
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: รถยนต์ไฟฟ้าใช้พลังงานขับเคลื่อนอย่างไร?

อาจมีหลายคนสงสัยว่ารถยนต์จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้อย่างไร ต้องอธิบายก่อนว่าหัวใจหลักของรถไฟฟ้าคือ “แบตเตอรี่” ซึ่งจะทำการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าเอาไว้ เมื่อต้องการใช้งานจะส่งพลังงานไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า จากนั้นส่งไปยังเพลาขับเคลื่อนที่จะทำให้รถยนต์เคลื่อนตัวได้นั่นเอง
ถึงแม้จะเป็นการทำงานด้วยแบตเตอรี่ แต่ก็มีการออกแบบขนาดของแบตเตอรี่ให้เหมาะสมกับการใช้ในรถยนต์มากขึ้น โดยจะเป็นแบตเตอรี่ที่ผลิตด้วยลิเธียมไอออนที่มีอายุการใช้งานนาน และมีประสิทธิภาพในการกักเก็บพลังงานสูง ดังนั้นการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐานจะสามารถวิ่งได้ประมาณ 190 กิโลเมตรโดยเฉลี่ย
รถยนต์ระบบน้ำมัน ไฮบริด และรถไฟฟ้า เหมาะกับใคร?
ในการเลือกว่าจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า VS รถน้ำมัน หรือเลือกประเภทรถที่อยู่กึ่งกลางอย่างรถยนต์ไฮบริดนั้นก็ควรพิจารณาจากความต้องการและความสะดวกการใช้งานเป็นหลัก เพราะรถยนต์แต่ละประเภทก็ต่างมีข้อดีข้อเสีย แต่ก็อาจจะพิจารณาจากความคุ้มค่าและทำเลที่จะใช้งานรถร่วมด้วยได้
โดยรถยนต์ก็จะเหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกสบาย เลือกเติมน้ำมันที่ไหนก็ได้ไม่จำกัด ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่จราจรติดขัดมากนัก และยังอยากได้รถยนต์คุณภาพดีในราคาถูก ในส่วนของรถยนต์ไฮบริดก็จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่อยากประหยัดค่าเชื้อเพลิงลง ใช้งานได้ในหลากหลายสถานการณ์ อย่างเช่นเวลารถติดก็เปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า แต่หากการจราจรลื่นไหลก็ใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงปกติ
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เหมาะกับคนที่ต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ในการขับเคลื่อนรถยนต์ ชอบเครื่องที่ทำงานเงียบสงบ และยังช่วยลดมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อมได้ ในการชาร์จพลังงานอาจจะต้องหาปั๊มน้ำมันที่มีสัญลักษณ์ EV Charger เล็กน้อย แต่ในปัจจุบันนี้ปั๊มน้ำมันก็ได้มีการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ทำให้การชาร์จพลังงานระหว่างการเดินทางสะดวกมากขึ้นแล้ว และสำหรับบางคนยังอาจเลือกติดตั้งสถานี EV Charger ไว้ภายในบ้านเลยก็ได้เช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม : ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) ที่บ้าน ราคาเท่าไหร่ ต้องทำยังไงบ้าง?
เลือกซื้อรถไฟฟ้า ทำไมถึงควรติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน
ทำไมซื้อรถยนต์ไฟฟ้าถึงควรติดตั้ง EV Charger ไว้ที่บ้าน? การสร้างสถานีชาร์จรถไฟฟ้าไว้ภายในบ้านถือเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่จะทำให้การใช้รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น เพราะจะสามารถชาร์จไฟเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปชาร์จที่ตู้ชาร์จตามปั๊มน้ำมันเป็นชำระค่าไฟรายเดือนแทน ซึ่งอัตราค่าไฟบ้านนั้นมีราคาถูกกว่าการชาร์จรายครั้งที่สถานีสาธารณะ และยิ่งไปกว่านั้นคือไม่ต้องเสียเวลาจองคิวอีกด้วย
นอกจากนี้หากมีการใช้มิเตอร์ TOU การติดตั้ง EV Charger ก็จะยิ่งทำให้ประหยัดค่าไฟได้อีกส่วนหนึ่งด้วย
อ่านเพิ่มเติม : แชร์วิธีขอมิเตอร์ tou สิ่งที่จะช่วยให้การติดตั้งและใช้งาน EV Charger ของคุณให้คุ้มค่าที่สุด
บริษัท ณัฐภูมิ วิศวกรรม จำกัด มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ยินดีให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการติดตั้ง EV Charger อย่างครบวงจร หากต้องการสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อเราได้เลย
ณัฐภูมิ วิศวกรรม บริการติดตั้ง EV Charger ด้วยสินค้าแบรนด์คุณภาพ Wallbox ใช้รถไฟฟ้าแบบคุ้มค่าสูงสุดได้ง่าย ๆ ที่บ้าน

หากตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าและกำลังมองหาบริษัทติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน เลือกติดตั้งตู้ชาร์จรถไฟฟ้ากับ Nutthaphume Engineering บริษัทให้บริการติดตั้ง EV Charger จากแบรนด์คุณภาพชั้นนำระดับโลก Wallbox ซึ่งมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง มีให้เลือกทั้งตู้ชาร์จยืนและแบบติดผนัง ดำเนินการติดตั้งโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการรับรองมาตรฐานพร้อมให้บริการอย่างมีคุณภาพตั้งแต่ขั้นตอนปรึกษา ไปจนถึงบริการหลังการขายแบบครบวงจร
ปรึกษาทีมงานหรือขอใบเสนอราคา ติดต่อเรา