ไฟย้อน คืออะไร?

ก่อนจะรู้ว่าระบบ Zero Export คืออะไร? เราจะมาเริ่มต้นจากสาเหตุที่ต้องมีการติดตั้งกันก่อน คำว่า ไฟย้อน ในบริบทของ Solar Rooftop หมายถึงการที่พลังงานไฟฟ้าจากระบบโซล่าเซลล์ ไหลจากฝั่งผู้ใช้ไฟออกไปยังระบบจำหน่ายของการไฟฟ้า แทนที่จะไหลจากการไฟฟ้าเข้าหาอาคารตามทิศทางการใช้งานปกติ สถานการณ์นี้เกิดขึ้นได้ในระบบ On-Grid เมื่อกำลังผลิตของแผงสูงกว่าการใช้ไฟภายในอาคาร

ตัวอย่างเช่น หากโรงงานใช้ไฟอยู่ 300 kW และ Solar Rooftop ผลิตได้ 250 kW ไฟจาก Solar ทั้งหมดสามารถถูกใช้ภายในโรงงาน และยังต้องดึงจากการไฟฟ้าอีกประมาณ 50 kW

แต่ถ้าช่วงพักเครื่องจักร โหลดลดเหลือ 100 kW ขณะที่โซล่าเซลล์ยังคงผลิตไฟฟ้า 250 kW จะเกิดกำลังส่วนเกินประมาณ 150 kW หากไม่มีระบบจัดการ พลังงานส่วนนี้สามารถไหลย้อนออกไปยังระบบของการไฟฟ้าได้

การส่งไฟย้อนไม่ได้ผิดในทุกกรณี เพราะระบบที่เข้าร่วมโครงการรับซื้อไฟและได้รับอนุญาตสามารถส่งพลังงานส่วนเกินได้ตามเงื่อนไข แต่หากไม่มีการขออนุญาตหรือยืนเรื่องซื้อ-ขายไฟฟ้าส่วนเกิน ปัญหาไฟย้อนจะกลายเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขในทันที

ทำความรู้จัก zero export

Zero Export คืออะไร?

ระบบ Zero Export หรือ Export Control Solar คือ เทคโนโลยีควบคุมอัจฉริยะที่ป้องกันไม่ให้พลังงานไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ส่วนเกินไหลย้อนกลับเข้าสู่ระบบการไฟฟ้า ระบบนี้ทำงานโดยการตรวจจับกำลังไฟที่ใช้งานจริงในอาคารแบบ Real-time และสั่งการให้อินเวอร์เตอร์ปรับลดกำลังการผลิตไฟฟ้าทันทีเมื่อมีไฟส่วนเกิน

อาคารและโรงงานบางประเภทต้องติดตั้งระบบ Zero Export เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าโดยรวม เนื่องจากการส่งไฟย้อนที่ไม่ได้ควบคุมอาจทำให้เกิดปัญหาแรงดันไฟฟ้าผิดปกติ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพไฟฟ้าของผู้ใช้รายอื่นในบริเวณใกล้เคียง และอาจทำให้ระบบป้องกันของการไฟฟ้าทำงานผิดพลาดได้

การติดตั้งระบบ Zero Export ต้องพิจารณาเลือกรุ่นที่ผ่านการทดสอบจากการไฟฟ้า ร่วมกับ Inverter รุ่นที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ โดยสามารถตรวจสอบได้จาก www.mea.or.th/zero-export-controller-list

ส่วนประกอบหลักของระบบ Zero Export ที่ควรรู้

หลังจากทำความรู้จัก Zero Export หรือ ระบบกันไฟย้อนโซล่าเซลล์ และหลักการทำงานคร่าว ๆ ไปแล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ ส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน โดยมีทั้งหมด 4 อย่างด้วยกัน ดังนี้

1. CT หรือ Current Transformer

CT ทำหน้าที่ตรวจวัดกระแสบนสายไฟหลัก โดยมีบทบาทสำคัญในการบอกปริมาณและทิศทางของการไหลของพลังงานเมื่อทำงานร่วมกับ Meter และระบบวัดที่ถูกต้อง ตำแหน่งและทิศทางการติด CT มีความสำคัญอย่างมาก หากติดกลับด้านหรือเลือก Ratio ผิด Controller อาจตีความว่ากำลังไหลเข้ากลายเป็นไหลออก หรือคำนวณกำลังผิด ส่งผลให้ระบบ Zero Export ทำงานไม่ถูกต้อง

2. Smart Meter หรือ Power Meter

Meter ทำหน้าที่รับข้อมูลแรงดันและกระแสเพื่อคำนวณกำลังไฟฟ้าที่จุดเชื่อมต่อ จากนั้นส่งข้อมูลผ่านช่องทางที่ผู้ผลิตอุปกรณ์เป็นคนกำหนด

3. Zero Export Control

Controller คือส่วนที่นำค่าจาก Meter มาประมวลผล แล้วกำหนดว่าควรให้อินเวอร์เตอร์ผลิตกำลังเท่าใด จึงจะเหมาะสมกับการใช้งานภายในอาคารหรือโรงงาน โดยที่ไม่มีการส่งไฟย้อนกลับไปยังการไฟฟ้า

4. อินเวอร์เตอร์ที่รองรับการจำกัดกำลัง

จากที่พูดถึงไปในหัวข้อที่แล้ว เมื่อระบบทำการคำนวณและประมวลผลเสร็จทุกขั้นตอน จะทำการออกคำสั่งกับอินเวอร์เตอร์ ว่าควรมีกำลังผลิตไฟฟ้าเท่าใด ซึ่งอินเวอร์เตอร์ต้องเป็นรุ่นที่สามารถรองรับคำสั่ง และทำงานร่วมกับระบบ Zero Export ได้ ไม่ว่าจะเป็นรุ่น สเปก และเฟิร์มแวร์

อ่านบทความเพิ่มเติม: เลือกอินเวอร์เตอร์โซล่าเซลล์ (Inverter Solar Cell) สำหรับโรงงาน เลือกให้ถูก คุ้มค่า ยืดอายุระบบได้ยาวนาน

ประเภทอาคารและโรงงานที่ควรติดตั้งระบบ Zero Export มีอะไรบ้าง?

ระบบ Zero Export ไม่จำเป็นต้องมีทุกที่ที่ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ เพราะสำหรับการติดตั้งโซล่าเซลล์ On-Grid ที่ดำเนินการซื้อ-ขาย ไฟฟ้าส่วนเกินกับการไฟฟ้าอยู่แล้ว การเกิดไฟย้อนถือเป็นการส่งไฟกลับไปขาย โดยประเภทของอาคารและโรงงานที่ควรติดตั้งระบบนี้ ได้แก่

1. โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าแรงสูงและมีการใช้ไฟผันแปรตลอดวัน

โรงงานประเภทนี้มักมีช่วงเวลาที่การใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างกะทันหัน เช่น ช่วงพักเที่ยง หรือเมื่อเครื่องจักรหยุดทำงานเป็นระยะ ๆ ซึ่งหากไม่มีระบบ Zero Export อาจทำให้ไฟจากโซล่าเซลล์ไหลย้อนเข้าระบบการไฟฟ้าได้

2. อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ที่มีการใช้ไฟฟ้าไม่สม่ำเสมอ

โดยเฉพาะในวันหยุดหรือช่วงพักเที่ยงที่พนักงานออกไปรับประทานอาหารข้างนอก การใช้ไฟฟ้าจะลดลงอย่างมาก ในขณะที่ระบบโซลาร์เซลล์ยังคงผลิตไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพในช่วงแสงแดดจัด

3. ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และธุรกิจบริการที่มีช่วงเวลาใช้ไฟต่ำในบางช่วง

ช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าลดลง เช่น ช่วงเช้าก่อนเปิดให้บริการ หรือช่วงกลางคืนที่ปิดกิจการแล้ว แต่ระบบโซลาร์เซลล์ยังคงผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงกลางวัน การมีระบบ Zero Export จะช่วยป้องกันปัญหาการส่งไฟย้อนที่อาจเกิดขึ้น

ข้อดีของ zero export

ข้อดีของการติดตั้งระบบ Zero Export

ข้อดีของการมีระบบ Zero Export โดยเฉพาะการใช้งาน Solar Rooftop โรงงาน ที่มีการใช้พลังงานจำนวนมาก มีดังนี้

  • ช่วยป้องกันไฟไหลย้อนกลับไปที่การไฟฟ้า ถ้าผลิตไฟได้มากกว่าที่อาคารหรือโรงงานใช้ ระบบจะช่วยลดกำลังของอินเวอร์เตอร์ลง
  • ช่วยให้ใช้ได้พอดีกับความต้องการ ระบบจะปรับกำลังผลิตให้เหมาะกับปริมาณไฟที่กำลังใช้อยู่ในแต่ละช่วงเวลา
  • เหมาะกับโรงงานที่ใช้ไฟไม่เท่ากันตลอดวัน เช่น ช่วงพักเครื่องหรือช่วงที่เครื่องจักรหยุดทำงาน ระบบจะช่วยลดกำลังผลิตลงอัตโนมัติ
  • ช่วยลดปัญหาไฟส่วนเกิน ควบคุมไม่ให้มีไฟที่ไม่ได้ใช้ไหลออกจากอาคารมากเกินค่าที่กำหนด
  • สามารถใช้ร่วมกับแบตเตอรี่ได้ ถ้ามีแบตเตอรี่ ระบบสามารถนำไฟที่เหลือไปชาร์จเก็บไว้ก่อน แล้วค่อยลดกำลังผลิตเมื่อไฟยังเหลือเกินความต้องการ
  • ช่วยให้วางแผนการใช้งานได้เหมาะสมขึ้นผู้ใช้งานสามารถดูข้อมูลการผลิตและการใช้ไฟ เพื่อนำไปวางแผนลดค่าไฟหรือปรับขนาดระบบในอนาคต
  • ช่วยให้ระบบทำงานตามเงื่อนไขที่กำหนด เหมาะกับระบบที่ต้องการใช้ไฟภายในอาคาร และไม่ต้องการส่งไฟส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบการไฟฟ้า

ทำไมระบบ Zero Export จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโรงงานและอาคารพาณิชย์ยุคใหม่

ระบบ Zero Export ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนทางพลังงาน ระบบนี้ช่วยให้โรงงานและอาคารพาณิชย์สามารถใช้พลังงานจากโซล่าเซลล์อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเลือกผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านวิศวกรรมไฟฟ้าอย่าง ณัฐภูมิ วิศวกรรม จะช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน เพราะความเชี่ยวชาญในการออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา หรือโทร 098-291-4911⁣ และแอดไลน์ @npeng

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ระบบ Zero Export

Q: ถ้ามีการขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้กับการไฟฟ้าอยู่แล้ว ยังต้องมี Zero Export หรือไม่?

A: ไม่จำเป็นต้องมี เพราะระบบ Zero Export จะทำการคำนวณการผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ให้พอดีกับการใช้งาน โดยไม่ให้เหลือส่วนเกินส่งกลับไปให้การไฟฟ้า

Q: โรงงานประเภทใดควรติดตั้งระบบ Zero Export?

A: โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟผันแปร อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า และธุรกิจที่มีระดับการใช้พลังงานแตกต่างกันค่อนข้างมากใน 1 วัน

Q: ข้อดีของการติดตั้งระบบ Zero Export คืออะไร?

A: ป้องกันการถูกปรับหรือตัดสิทธิ์จากการไฟฟ้า ช่วยให้ระบบโซล่าเซลล์ทำงานปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้า และช่วยบริหารจัดการพลังงานได้แม่นยำ พร้อมสร้างความมั่นใจตามมาตรฐานกฎหมาย

Q: วิธีเลือกผู้รับเหมาติดตั้งระบบ Zero Export ที่เชื่อถือได้?

A: ตรวจสอบประสบการณ์การติดตั้งจริง มีวิศวกรวิชาชีพควบคุมงาน ใช้อุปกรณ์ได้มาตรฐาน มีบริการหลังการขาย สามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกซื้ออุปกรณ์และการติดตั้งได้อย่างมืออาชีพ