3 ปัจจัยที่นิติบุคคล ต้องพิจารณาก่อนเลือกสเปก EV Charger คอนโด
หลักการที่ใช้ในการพิจารณาเลือกซื้อ EV Charger คอนโด แตกต่างจากการเลือกซื้อเครื่องชาร์จติดตั้งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ใช้งาน ระยะเวลาที่ใช้ และสถานที่ในการติดตั้ง เพื่อความคุ้มค่าและยั่งยืนในระยะยาว มีทั้งหมด 3 ปัจจัยสำคัญ ที่นิติบุคคลควรพิจารณาก่อนเลือกติดตั้ง
1. ความเร็วที่เหมาะกับมิเตอร์ตึก
โดยปกติแล้วเครื่องชาร์จแบบกระแสสลับ (AC) จะมีตั้งแต่ขนาด 7kW, 11kW ไปจนถึง 22kW การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับกำลังไฟที่รถสามารถรับได้ ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้ายอดนิยมในปัจจุบัน สามารถรองรับการชาร์จได้ตั้งแต่ 7kW – 22kW หลักการชาร์จไฟฟ้ามีอยู่ว่า รถยนต์ไฟฟ้าไม่สามารถรองรับกำลังไฟเกินกว่าสเปกที่กำหนดเอาไว้ได้ แนวทางการเลือกสเปกของเครื่องชาร์จจึงควรเลือกให้พอดี หรือมากกว่ากำลังการชาร์จของรถเล็กน้อย เพื่อประสิทธิภาพที่ดี
แน่นอนว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน ยังไม่มีใครกลายเป็นเจ้าตลาดอย่างแท้จริง ลูกบ้านที่พักอาศัยจึงมีการใช้รถไฟฟ้ามากมายหลายรุ่น ทำให้ยากต่อการตัดสินใจเลือกติดตั้ง EV Charger เพียงขนาดเดียว ดังนั้นการเลือกติดตั้งหลาย ๆ ขนาด จึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะค่าบริการของแต่ละขนาดสามารถปรับให้แปรผันไปตามต้นทุนที่ได้ลงทุนไป แต่ในกรณีที่ต้องเลือกติดตั้งเพียงขนาดเดียว ขอแนะนำเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า AC 22kW เพื่อรองรับการชาร์จกับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น
นอกจากนี้หากคุณต้องการเพิ่มตัวเลือกชาร์จไว เพื่อรองรับความเร่งรีบของลูกบ้านที่ไม่สามารถชาร์จรถยนต์ทิ้งไว้เป็นเวลาหลายชั่วโมง สามารถเลือกติดตั้ง EV Charger แบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เพิ่มได้ เพราะสามารถชาร์จไวภายใน 30 นาที ประหยัดเวลา ไม่ต้องรอนาน
อ่านบทความเพิ่มเติม: เลือก EV Charger 7kW vs 22kW! สเปกไหนที่ใช่ ไม่เกินงบ
2. จำนวนหัวชาร์จต่อพื้นที่
พิจารณาสถานที่ที่ใช้ในการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าในอาคารชุด ว่ามีพื้นที่เท่าไร สามารถติดตั้งเครื่องชาร์จได้กี่เครื่อง และจำนวนที่ติดตั้งจะรองรับความต้องการได้เพียงพอหรือไม่ หากติดตั้งน้อยกว่าความต้องการ อาจทำให้เกิดปัญหาในการจัดการระเบียบการใช้งาน แต่หากติดตั้งเยอะเกินไป จะกระทบต่อการลงทุนของคอนโด
3. แบรนด์ผู้ผลิตที่เชื่อถือได้
สิ่งที่จะช่วยการันตีความปลอดภัยในการติดตั้ง EV Charger คอนโด นอกจากสเปกและระบบการใช้งานที่ได้มาตรฐานแล้ว ควรเลือกซื้อเครื่องชาร์จจากผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบ และติดต่อได้ อุปกรณ์มีการรองรับมาตรฐานสากล และพร้อมให้บริการติดตั้งอย่างครบวงจร เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังการใช้งาน

Checklist 5 สเปกที่ EV Charger คอนโดต้องมี
1. เครื่องต้องฉลาดคุยกับแอป ฯ เก็บเงินได้ (ระบบ OCPP)
การที่เครื่องชาร์จมีภาษากลาง ที่สามารถสื่อสารได้กับระบบทุกเครือข่าย ทำให้นิติบุคคลสามารถเลือกเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มบริหารจัดการ (CPO) รายใดก็ได้ตามความเหมาะสม โดยไม่ได้ผูกขาดไว้กับเจ้าใดเจ้าหนึ่ง
2. เบรกเกอร์กันดูด RCD Type B
ระบบตรวจจับไฟรั่ว ที่สามารถตรวจจับได้ทั้งไฟฟ้ากระแสตรง และไฟฟ้ากระแสสลับ จึงนิยมนำมาใช้กับ EV Charger ที่มีการใช้กระแสไฟฟ้าทั้ง 2 แบบ สามารถตรวจจับได้แม้จะมีกระแสไฟฟ้ารั่วเพียงเล็กน้อย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
3. ระบบแบ่งไฟอัจฉริยะ (Dynamic Load Balance)
การจัดการแบ่งการใช้งานกำลังไฟให้เหมาะสม เพื่อลดอันตรายที่เกิดจากการใช้ไฟฟ้าเกินกำลัง นิติบุคคลไม่ต้องลงทุนในการเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่ให้ยุ่งยาก
4. ทนทานต่อสภาพอากาศ ตามมาตรฐาน IP
มาตรฐาน IP (International Protection Standard) คือ มาตรฐานในการป้องกันฝุ่นและน้ำของเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากเครื่องชาร์จมักติดตั้งอยู่นอกสถานที่ ทำให้ต้องสัมผัสกับน้ำ ฝุ่น และมลภาวะมากมาย เครื่องชาร์จที่รองรับมาตรฐาน IP จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานระยะยาวได้ โดยไม่ต้องซ่อมแซม
5. อินเทอร์เน็ตต้องเสถียร
ระบบเก็บเงินลูกบ้านต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต ถ้าใช้แค่ Wi-Fi แล้วสัญญาณหลุด ลูกบ้านจะสแกนชาร์จไม่ได้ สเปกที่ดีควรเชื่อมต่อสาย LAN และ 4G/5G ได้ในตัว เพื่อให้ระบบออนไลน์ตลอดเวลา สามารถตรวจสอบสถานะ การจ่ายเงิน และการอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างเรียลไทม์
หมดห่วงเรื่องไฟตัดด้วยระบบ Dynamic Load Balance
ปัญหาของการใช้เปิดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมกันหลาย ๆ เครื่องจนเกิดปัญหาไฟตก เป็นสิ่งที่นิติบุคคลไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการตัดสินใจติดตั้ง EV Charger ในคอนโดเก่า ที่มีการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดเล็ก
ควรเลือกใช้ EV Charger ที่มี ระบบ Dynamic Load Balance เป็นระบบที่ค่อยจัดการจ่ายกำลังไฟฟ้าไปในแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการใช้ไฟมากเกินไปจนมีอันตราย ตัวอย่างเช่น
- ช่วงหัวค่ำ:เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนกลับเข้ามาใช้ชีวิตภายในคอนโด และมีการนำรถมาชาร์จไฟฟ้า ซึ่งมีการใช้กำลังไฟสูงมากในช่วงเวลานี้ ระบบจะทำการลดกำลังไฟของเครื่องชาร์จลง เพื่อสร้างความสมดุลในการใช้ไฟฟ้าภายในอาคาร
- ช่วงดึก:เป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่พักผ่อน และเปิดเพียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้น ทำให้ปริมาณของกำลังไฟฟ้าที่ถูกดึงในช่วงนี้ลดลง ระบบจะทำการปล่อยไฟเพื่อชาร์จรถอย่างเต็มกำลังทันที

ระบบเก็บค่าบริการชาร์จรถไฟฟ้าคอนโดที่จัดการง่าย
การติดตั้ง EV Charger ในคอนโด จำเป็นต้องมีการเก็บค่าบริการทุกครั้ง เพื่อสร้างผลตอบแทนการลงทุนการอย่างคุ้มค่า ในขณะเดียวกันก็ควรมีระบบจัดการค่าบริการชาร์จรถไฟฟ้าคอนโดที่สะดวก และตอบโจทย์ลูกบ้านในการใช้งาน ปัจจุบันมีแนวทางการจัดการค่าใช้จ่ายแบบเรียบง่ายอยู่ทั้งหมด 3 วิธี ดังนี้
1. แตะบัตร RFID
เทคโนโลยีไร้สายด้วยบัตร RFID ที่มีการระบุตัวตน และข้อมูลของผู้มีสิทธิ์ใช้งานเอาไว้ในบัตร เพียงแค่นำบัตรไปแตะกับเครื่องชาร์จก็สามารถใช้งานได้ทันที ไม่จำเป็นต้องใช้รหัสผ่าน หรือการยืนยันตัวตนใด ๆ เมื่อใช้งานเรียบร้อยจะมีการเรียกเก็บเงินตามช่องทางที่เลือกไว้
2. สแกน QR ผ่าน App
EV Charger หลายรุ่นในปัจจุบัน มีการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็นการผูกบัตรเครดิต บัตรเดบิต การสแกนจ่ายเงิน หรือการเติมเงินเข้า Wallet เพื่อใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันโดยตรง
3. เหมาจ่ายรายเดือน
สำหรับลูกบ้านที่มีการใช้งานเครื่องชาร์จอยู่เป็นประจำ และไม่ต้องการความซับซ้อนหรือใช้เวลาไปกับการจ่ายค่าบริการ นิติบุคคลสามารถเสนอวิธีคิดราคาแบบเหมาจ่ายรายเดือน โดยคำนวณตัวเลขตามความน่าจะเป็นของการชาร์จรถ เพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนที่จ่ายไป
อ่านบทความเพิ่มเติม: รวมปัจจัยสำคัญ ช่วยวางแผนติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้าในโรงแรม-รีสอร์ท ให้คุ้มค่าต่อธุรกิจมากที่สุด
ทำไมต้องเลือกซื้อ EV Charger จากตัวแทนจำหน่าย “ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์”
การติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าในอาคารชุดให้สามารถใช้งานได้อย่างยั่งยืน นอกจากการให้ความสำคัญกับผู้ให้บริการติดตั้งแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด คือ การเลือกซื้อ EV Charger จากตัวแทนจำหน่ายที่มีอุปกรณ์ครบครัน สามารถจัดหาอะไหล่ได้ทันที เมื่อต้องการซ่อมแซมหรือต่อเติม
พวกเรา ณัฐภูมิ วิศวกรรม ผู้ให้บริการติดตั้งระบบไฟฟ้า ขอแนะนำบริษัทในเครืออย่าง ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ ตัวแทนจำหน่าย EV Charger และอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิด จากผู้ผลิตที่ได้รับการยอมรับทั้งระดับโลก/ระดับประเทศ พร้อมให้บริการจัดหาอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด มีสต๊อกพร้อมส่ง และพร้อมเข้าตรวจสอบทันทีเมื่อเกิดปัญหาในการใช้งาน
งบประมาณเบื้องต้นและการคืนทุน (ROI) สำหรับโครงการ
การติดตั้ง EV Charger ถือเป็นการลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่ สิ่งที่นิติบุคคลควรทำคือการหาวิธีคืนทุน เพื่อสร้างรายได้ให้กับโครงการ โดยคิดกำไรเพิ่มไปจากค่าบริการของลูกบ้านที่ใช้บริการชาร์จรถไฟฟ้าในคอนโด ยกตัวอย่างโมเดลการคืนทุน เช่น
- ต้นทุนค่าไฟประมาณ 4.5-5.0 บาท/หน่วย
- ราคาบริการแก่ลูกค้าประมาณ 6.0-8.0 บาท/หน่วย
- กำไรส่วนต่าง 1-3 บาท/หน่วย
หากมีการใช้งานเฉลี่ยคันละ 30 หน่วย/คืน และเข้าชาร์จอย่างสม่ำเสมอในทุก ๆ วัน โครงการจะคืนทุนค่าเครื่องได้ภายใน 2-3 ปี และใช้เวลาเพิ่มอีกเล็กน้อยสำหรับการคืนทุนค่าบริการติดตั้ง แต่เมื่อมองในระยะยาวการติดตั้ง EV Charger ในคอนโด ถือเป็นช่องทางการทำกำไรให้กับโครงการได้อย่างยั่งยืน
ต้องการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าในอาคารชุด ที่ปลอดภัยและทำเงินได้ ปรึกษาวิศวกรจากณัฐภูมิ
การติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าในอาคารชุด และสร้างระบบบริหารจัดการสถานีชาร์จให้สมบูรณ์ จำเป็นต้องใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง ณัฐภูมิ วิศวกรรม ให้บริการออกแบบระบบไฟฟ้า ติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในคอนโด ดูแลการเดินสายไฟ ตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้า และความพร้อมของสถานที่ในการจัดวาง รวมถึงการมีบริษัทในเครืออย่าง ณัฐภูมิ อีควิปเม้นท์ ที่เป็นตัวแทนจำหน่าย EV Charger สายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ติดต่อเราเพียงที่เดียว พร้อมให้บริการคุณครบครันแบบ One-Stop Service
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา หรือโทร 098-291-4911 และแอดไลน์ @npeng
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติดตั้ง EV Charger คอนโด
1. จำเป็นต้องจ้างพนักงานเฝ้าจุดชาร์จรถหรือไม่?
ไม่จำเป็น เพราะเครื่องชาร์จเป็นระบบแบบ Self-Service ลูกบ้านทำรายการเองผ่านมือถือ นิติบุคคลแค่ดูสรุปยอดผ่าน Dashboard ก็เพียงพอ
2. ถ้าลูกบ้านชาร์จเสร็จแล้วไม่เลื่อนรถออก มีวิธีจัดการไหม?
ระบบสามารถตั้งค่า “Idle Fee” หรือค่าปรับกรณีจอดแช่หลังจากชาร์จเต็มแล้วได้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนช่องจอด
3. ถ้าไม่มีระบบ Dynamic Load Balance จะเป็นยังไง?
ช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าพร้อมกันมาก ๆ จะทำให้อัตราการใช้ไฟฟ้าในอาคารมากเกินกำหนด ทำให้ระบบไฟฟ้าขัดข้อง ไฟทริป ไฟตก หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
