ติดตั้งสายไฟโรงงานผิดประเภท อันตรายกว่าที่คิด!
รู้หรือไม่? การติดตั้งสายไฟโรงงานที่ผิดประเภท นอกจากจะทำให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นต้นเหตุของความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น
- นำสายไฟ THW ไปฝังดิน ทำให้ฉนวนของสายไฟเสื่อมสภาพ จนเกิดไฟฟ้ารั่วลงดิน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของไฟฟ้าลัดวงจร ที่สามารถนำไปสู่ไฟไหม้ในโรงงานได้
- การใช้สายไฟทนความร้อนที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่ที่มีความร้อนสูง หรือการใช้ สายไฟ IEC ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เกิดปัญหาความร้อนสะสม หรือไฟไหม้ในโรงงานได้
- การติดตั้งระบบไฟฟ้าโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้การจ่ายกระแสไฟฟ้าเกิดปัญหา ส่งผลให้เกิด Downtime และหยุดกระบวนการผลิต
ดังนั้น การเลือกสายไฟโรงงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า อย่าง วสท. มอก. และ IEC จะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระบบไฟฟ้า และลดความเสี่ยงจากการใช้งานที่ผิดพลาด ทำให้การดำเนินงานในโรงงานเป็นไปอย่างปลอดภัย และลดโอกาสการเกิด Downtime หรือการหยุดชะงักในกระบวนการผลิตได้
สายไฟโรงงานต่างจากสายไฟทั่วไปอย่างไร?
สายไฟโรงงานต่างจากสายไฟทั่วไปอย่างชัดเจน เนื่องจากต้องรองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายและมีความเสี่ยงสูงกว่า ทั้งความร้อนสูง สารเคมี และแรงดันไฟฟ้าที่สูงกว่าในระบบไฟฟ้าทั่วไป ดังนั้นการเลือกสายไฟโรงงานจึงต้องคำนึงถึงคุณสมบัติเฉพาะที่เหมาะสมกับการใช้งานในระดับ Industrial Grade ตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า มอก. วสท. และ IEC ดังนี้
- ความทนทาน (Durability): สายไฟ IEC มีความทนทานสูง เพื่อรองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมภายในโรงงาน
- การทนความร้อน (Heat Resistance): สายไฟทนความร้อนในโรงงานต้องทนความร้อนได้ดีกว่าสายไฟทั่วไป เพื่อป้องกันการละลายหรือเกิดไฟไหม้ในกรณีที่เกิดการร้อนเกินไป
- การทนสารเคมี (Chemical Resistance): สายไฟ IEC ที่ใช้ในโรงงานต้องทนทานต่อสารเคมีหรือความชื้นที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต โดยเลือกใช้สายไฟที่มีฉนวนที่ทนต่อสารเคมีได้ดี
- แรงดันไฟฟ้าที่สูงกว่า (Higher Voltage): สายไฟโรงงานต้องรองรับแรงดันไฟฟ้าที่สูงกว่าสายไฟทั่วไป เนื่องจากโรงงานและเครื่องจักรหลายประเภทต้องการพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่และแรงดันสูง เพื่อช่วยให้ระบบไฟฟ้าในโรงงานมีความเสถียรและปลอดภัย

ชนิดของสายไฟโรงงานยอดนิยมมีอะไรบ้าง ใช้งานอย่างไร?
ชนิดสายไฟโรงงานที่นิยมใช้กันทั่วไปมีอยู่มากมาย โดยจะมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกันไป ดังนี้
สาย THW (IEC 01)
- ลักษณะ: สายไฟแข็งที่ใช้ในท่อร้อยสาย
- การใช้งาน: ใช้ในระบบไฟฟ้าที่ต้องการการป้องกันทางกายภาพเพิ่มเติม เช่น ติดตั้งในท่อร้อยสาย
- ข้อควรระวัง: ห้ามใช้สายไฟ THW ฝังดิน เนื่องจากฉนวนอาจเสื่อมสภาพเร็วในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น
สาย VCT (IEC 53)
- ลักษณะ: สายไฟอ่อนและยืดหยุ่น
- การใช้งาน: ใช้กับเครื่องจักรที่มีการสั่นสะเทือน เช่น ใช้ในสายไฟที่เชื่อมต่อเครื่องจักรหรือระบบที่มีการเคลื่อนที่บ่อย ๆ
- ข้อควรระวัง: ไม่เหมาะกับการใช้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือลำดับความทนทานต่ำ
สาย NYY
- ลักษณะ: สายไฟที่มีเปลือกหนา
- การใช้งาน: ใช้สำหรับการฝังดินหรือการใช้งานในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เช่น พื้นที่ในโรงงานที่มีการใช้สารเคมีหรือในที่ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสน้ำ
- ข้อควรระวัง: ต้องตรวจสอบให้แน่ใจอยู่เสมอว่าเปลือกสายไฟไม่เสียหายหรือเปื่อย เพราะอาจมีผลต่อความปลอดภัย
สาย CV (FD-0.6/1KV-CV)
- ลักษณะ: สายไฟที่สามารถรองรับแรงดันสูงและทนความร้อนได้ดี
- การใช้งาน: ใช้ในโรงงานขนาดใหญ่หรือพื้นที่ที่มีการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ต้องการพลังงานไฟฟ้าสูง
- ข้อควรระวัง: มีแรงดันไฟฟ้าสูง จึงต้องตรวจสอบความทนทานของฉนวนและวัสดุต่าง ๆ ที่ใช้อย่างรอบคอบ
อ่านบทความที่น่าสนใจ: 5 วิธีเลือกสายไฟโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ตารางสรุปสายไฟโรงงานเพื่อการใช้งานที่ถูกจุด
| ประเภทสายไฟ | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
| สาย THW (IEC 01) | ทนความร้อนสูง เหมาะสำหรับใช้ในท่อร้อยสาย | ห้ามฝังดิน ฉนวนจะเสื่อมเร็วในสภาพแวดล้อมชื้น |
| สาย VCT (IEC 53) | สายอ่อนและยืดหยุ่น เหมาะสำหรับใช้กับเครื่องจักรที่มีการสั่นสะเทือน | ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด |
| สาย NYY | เปลือกหนา ทนความชื้น ฝังดินได้ | ห้ามใช้ในพื้นที่ที่มีการเคลื่อนที่มากเกินไป |
| สาย CV (FD-0.6/1KV-CV) | ทนต่อแรงดันไฟฟ้าสูง เหมาะสำหรับโรงงานขนาดใหญ่ | ห้ามใช้ในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงเกินไป |
มาตรฐานรหัสสีสายไฟแบบใหม่ที่ช่างไฟต้องอัปเดต
ปัจจุบันประเทศไทยได้เปลี่ยนมาตรฐานสีสายไฟฟ้าของ มอก. 11-2531 เป็น มอก. 11-2553ให้สอดคล้องกับ IEC 60227 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก เพื่อให้ระบบไฟฟ้าในโรงงานหรือบ้านพักอาศัยเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สามารถติดตั้งและการซ่อมบำรุงได้อย่างราบรื่น ไม่เกิดความสับสนหรือข้อผิดพลาดในการติดตั้ง

มาตรฐานสีสายไฟฟ้าใหม่ ตาม มอก. 11-2553 กำหนดไว้ดังนี้
ระบบ 1 เฟส (220V)
- สายเฟส (L) = สีน้ำตาล
- สายนิวทรัล (N) = สีฟ้า
- สายดิน (G) = สีเขียวแถบเหลือง
ระบบ 3 เฟส (380V)
- สายเฟสที่ 1 (L1) = สีน้ำตาล
- สายเฟสที่ 2 (L2) = สีดำ
- สายเฟสที่ 3 (L3) = สีเทา
- สายนิวทรัล (N) = สีฟ้า
- สายดิน (G) = สีเขียวแถบเหลือง
ประเภทสายไฟที่กำหนด:
- สายแกนเดี่ยว: ไม่กำหนดสี
- สาย 2 แกน: สีฟ้าและน้ำตาล
- สาย 3 แกน: สีเขียวแถบเหลือง, สีฟ้า, สีน้ำตาล หรือ สีน้ำตาล, สีดำ, สีเทา
- สาย 4 แกน: สีเขียวแถบเหลือง, สีน้ำตาล, สีดำ, สีเทา หรือ สีฟ้า, สีน้ำตาล, สีดำ, สีเทา
- สาย 5 แกน: สีเขียวแถบเหลือง, สีฟ้า, สีน้ำตาล, สีดำ, สีเทา
แม้ว่าการทำความเข้าใจเรื่องสีสายไฟจะเป็นประโยชน์สำหรับเจ้าของบ้านหรือเจ้าของอาคาร แต่การติดตั้งหรือซ่อมแซมระบบไฟฟ้าด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่อันตราย ควรใช้ ช่างไฟฟ้าที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน

เลือกสายไฟโรงงานอย่างไร ไม่ให้ Downtime?
การเลือกชนิดของสายไฟโรงงานที่เหมาะสมอาจทำให้ระบบไฟฟ้าเกิดปัญหาได้ในระยะยาว ทำให้การผลิตหยุดชะงัก เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย จึงควรเลือกสายไฟโรงงานจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
-
ขนาดกระแสไฟฟ้า
การเลือกขนาดของสายไฟ IEC ให้ตรงกับกระแสไฟที่ใช้ในโรงงานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากขนาดสายไฟเล็กกว่ากระแสไฟที่ใช้จะทำให้เกิดความร้อนสะสมในสายไฟ จนเกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรหรือสายไฟไหม้
ควรคำนึงถึงโหลดไฟฟ้าในอนาคต โดยการเลือกขนาดสายไฟที่เหมาะสมควรเผื่อการขยายกำลังการผลิตในอนาคตด้วย
-
สภาพแวดล้อมการใช้งาน
โรงงานแต่ละประเภทมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่น พื้นที่ที่มีความชื้นสูง การสัมผัสสารเคมี หรือการทำงานในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูง ควรเลือกใช้สายไฟทนความร้อนที่มีฉนวนทนทานต่อความร้อน หรือทนสารเคมี ตามลักษณะการใช้งานของโรงงานเพื่อป้องกันปัญหาจากสภาพแวดล้อมที่อาจทำให้ฉนวนเสื่อมสภาพ
-
มาตรฐานของผู้ผลิต
เลือกสายไฟโรงงานที่ได้มาตรฐานจาก มอก. วสท. หรือ IEC เพื่อให้มั่นใจว่าสายไฟมีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด
เพราะสายไฟจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้จะช่วยให้มั่นใจในคุณภาพและประสิทธิภาพของสายไฟในระยะยาว รวมถึงยังสะดวกในการหาชิ้นส่วนอะไหล่และการบำรุงรักษาอีกด้วย
นอกจากการเลือกสายไฟโรงงานที่ได้มาตรฐานแล้ว ก็ต้องใส่ใจในขั้นตอนการติดตั้งด้วย เพราะการติดตั้งสายไฟโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเป็นสาเหตุของปัญหาหลายอย่าง เช่น ความร้อนสะสมในสายไฟ หรือการลัดวงจรที่ทำให้ระบบไฟฟ้าหยุดทำงาน ซึ่งจะส่งผลให้เกิด Downtime และสูญเสียการผลิตไปโดยใช่เหตุ
อ่านบทความที่น่าสนใจ:6 ข้อควรรู้เรื่องการเดินระบบไฟฟ้าโรงงาน อาคาร หรือสถานประกอบการ
ใช้สายไฟโรงงานดีพร้อมการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน กับ ณัฐภูมิ วิศวกรรม
การเลือกใช้สายไฟโรงงานที่ได้มาตรฐานร่วมกับการติดตั้งที่ถูกต้องตามมาตรฐาน มอก. วสท. และ IEC จะช่วยให้ระบบไฟฟ้าในโรงงานทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ป้องกันปัญหาต่าง ๆ เช่น ไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟไหม้ ซึ่งอาจทำให้เกิด Downtime ที่จะหยุดการผลิตและเพิ่มค่าใช้จ่าย
ดังนั้น หากไม่มั่นใจในการคำนวณหรือเลือกใช้สายไฟโรงงานให้เหมาะสม ควรปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย ที่ ณัฐภูมิ วิศวกรรม มีทีมวิศวกรรมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการออกแบบ ติดตั้งระบบไฟฟ้า และดูแล บำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ไปจนถึงตรวจสอบรับรองระบบไฟฟ้า ให้แบบครบจบในที่เดียว ให้คุณมั่นใจว่าโรงงานของคุณจะทำงานได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยตลอดเวลา
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา
หรือโทร 098-291-4911 และแอดไลน์ @npeng
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสายไฟโรงงาน
1. เราสามารถเปลี่ยนสายไฟเฉพาะจุดที่ชำรุดได้หรือไม่?
สามารถทำได้ แต่ไม่แนะนำสำหรับระบบไฟฟ้าโรงงานที่มีการใช้โหลดสูง เพราะการต่อสายไฟเฉพาะจุด (Splicing) อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมบริเวณรอยต่อ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดฉนวนละลาย ไฟฟ้าลัดวงจร และเป็นสาเหตุของไฟไหม้ในโรงงานได้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันปัญหาการหยุดชะงักของสายการผลิต (Downtime) ในระยะยาว แนะนำให้เปลี่ยนสายไฟใหม่ทั้งเส้นจากจุดจ่ายไฟถึงอุปกรณ์ตามมาตรฐาน วสท. และควรให้วิศวกรไฟฟ้าตรวจสอบสภาพสายไฟโดยรอบเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนดำเนินการ
2. หากเลือกสายไฟโรงงานถูกประเภทแต่เดินสายไฟไม่ดี จะมีผลอย่างไร?
อาจทำให้เกิดปัญหาความร้อนสะสม การลัดวงจร หรือไฟไหม้ ส่งผลให้เกิด Downtime ในโรงงาน และอาจสร้างความเสียหายใหญ่ได้ ดังนั้น การติดตั้งและเดินสายไฟตามมาตรฐานจึงมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกสายไฟ
3. หากพบบ้านหรือโรงงานเก่าใช้มาตรฐานสายไฟเดิม ควรทำอย่างไร?
ควรตรวจเช็กสภาพของสายไฟและการเดินสายว่ายังสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ และเปลี่ยนสายไฟที่มีสีไม่ตรงตามมาตรฐานใหม่ตามมอก. 11-2553 รวมถึงตรวจสอบหม้อแปลงไฟฟ้า ตู้ MDB และระบบสายไฟที่รองรับการใช้งานในปัจจุบันเพื่อป้องกันปัญหาจากการใช้งานในอนาคต
