5 ขั้นตอนการเปิดสถานีชาร์จรถไฟฟ้า มาตรฐานการติดตั้งที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

กระแสรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายธุรกิจเล็งเห็นโอกาสจากการเปิดสถานีชาร์จรถไฟฟ้ากันมากขึ้น ไม่ว่าจะเพื่อดึงดูดลูกค้า เพิ่มมูลค่าพื้นที่ หรือสร้างรายได้รูปแบบใหม่ แต่เมื่อจะเริ่มลงมือจริงก็มีคำถามยอดฮิตตามมา นั่นก็คือไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน เพราะการจะเปิดสถานีชาร์จรถไฟฟ้ามีรายละเอียดมากกว่าแค่การซื้อ EV Charger มาติดตั้ง

บทความนี้จะพาไปดู 5 ขั้นตอนสำคัญในการเปิดสถานีชาร์จรถไฟฟ้า เพื่อให้เริ่มต้นธุรกิจได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย เติบโตต่อได้ในระยะยาว
ขั้นตอนเปิดสถานีชาร์จรถไฟฟ้าตามมาตรฐานการติดตั้ง

ทำไมการเปิดสถานีชาร์จรถไฟฟ้าต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจน?

ธุรกิจสถานีชาร์จรถไฟฟ้าที่กำลังมาแรงก็ต้องอาศัยการวางแผนอย่างเป็นระบบเช่นเดียวกันกับธุรกิจอื่น ๆ เช่นกัน เพราะการติดตั้งเครื่องชาร์จ EV ไม่ได้มีเพียงเรื่องอุปกรณ์หรือดีไซน์พื้นที่ แต่ยังเกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมไฟฟ้าที่ซับซ้อน การขออนุญาตสถานีชาร์จรถไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย และมาตรฐานปลอดภัยที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

หากลงมือโดยไม่มีแผนงานที่ชัดเจน นอกจากจะทำให้การเปิดสถานีชาร์จรถไฟฟ้าล่าช้ากว่าที่ควรแล้ว ยังเสียต้นทุนในการทำสถานีชาร์จไปโดยใช่เหตุ การทำความเข้าใจขั้นตอนการติดตั้งทางวิศวกรรมที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การลงทุนเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยง ลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน รวมถึงยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าเมื่อเปิดให้บริการแล้ว EV Charger Station ของเราจะพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัยและถูกต้องตามมาตรฐานการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย

อ่านบทความที่น่าสนใจ:เผย 5 ปัจจัยความคุ้มค่าที่ต้องรู้ก่อนลงทุนเปิดสถานีชาร์จรถไฟฟ้า

หลังจากเข้าใจแล้วว่า ทำไมการเปิดสถานีชาร์จรถไฟฟ้าต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจน ถึงคราวมาดูขั้นตอนสำคัญเหล่านั้นกัน!

ตรวจสอบระบบไฟฟ้าเดิมก่อนติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้า

1. เช็กระบบไฟฟ้าเดิม

การสำรวจระบบไฟฟ้าเป็นขั้นตอนที่มีผลต่อทั้งงบประมาณและความเป็นไปได้ของการทำสถานีชาร์จรถไฟฟ้า หากระบบไฟฟ้าเดิมไม่พร้อมแต่ยังดื้อดึงที่จะติดตั้งเครื่องชาร์จรถไฟฟ้าทันทีอาจเกิดปัญหาไฟตก ไฟดับ โหลดเกิน หรือต้องขยายหม้อแปลงในภายหลัง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการประเมินตั้งแต่แรกหลายเท่าเลยทีเดียว

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านั้น จึงต้องมีการสำรวจหน้างานโดยวิศวกรไฟฟ้าที่มีใบอนุญาต เพื่อประเมินประเด็นสำคัญดังนี้

  • ขนาดและกำลังของหม้อแปลงว่าเพียงพอสำหรับโหลดของเครื่องชาร์จหรือไม่
  • ตู้ MDB รองรับกระแสเพิ่มได้มากน้อยแค่ไหน
  • ระบบสายไฟและอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าต้องปรับปรุงเพิ่มเติมหรือไม่

นอกจากนี้ การเตรียมข้อมูลเบื้องต้นอย่างบิลค่าไฟย้อนหลัง 6 – 12 เดือน จะช่วยให้วิศวกรวิเคราะห์โหลดจริงได้แม่นยำขึ้นได้อีกด้วย

เลือกประเภทเครื่องชาร์จรถไฟฟ้าให้เหมาะกับธุรกิจ

2. เลือกเครื่องชาร์จที่เหมาะกับธุรกิจ

การเลือกติดตั้ง EV Charger ให้เหมาะกับธุรกิจ มีผลต่อทั้งต้นทุนและประสบการณ์ของผู้ใช้งาน โดยมีหลักการเลือกสเปกเครื่องชาร์จรถไฟฟ้าง่าย ๆ ก็คือ เลือกตามพฤติกรรมลูกค้าของธุรกิจ เพื่อคุมงบประมาณ และทำให้ EV Charger Station สร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้จริง เช่น

  • AC Chargerเหมาะกับธุรกิจที่ลูกค้าใช้เวลานาน เช่น โรงแรม คาเฟ่ ออฟฟิศ หรือคอมมูนิตี้มอลล์ ลงทุนต่ำกว่า ใช้ระบบไฟน้อยกว่า
  • DC Fast Chargerเหมาะกับธุรกิจที่มีการหมุนเวียนรถอยู่เสมอ เช่น ปั๊มน้ำมัน จุดพักรถ หรือธุรกิจที่มีทำเลติดถนนหลัก ลงทุนสูงกว่า แต่ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความเร็ว

3. ขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การขออนุญาตเปิดสถานีชาร์จรถไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นข้อกำหนดที่เจ้าของสถานีชาร์จต้องปฏิบัติตามทุกกรณี แต่กลับเป็นขั้นตอนที่หลายคนสับสนมากที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและต้องใช้เอกสารเฉพาะทางหลัก 2 ส่วนด้วยกัน คือ

  • การไฟฟ้า (กฟน./กฟภ.)สำหรับตรวจสอบโหลดเดิมของอาคาร และดำเนินการขอมิเตอร์ใหม่หรือเพิ่มกำลังไฟ
  • คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)สำหรับดำเนินการจดแจ้งประกอบกิจการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ซึ่งเป็นข้อบังคับเพื่อให้เปิดดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย

หากดำเนินการขออนุญาตสถานีชาร์จรถไฟฟ้าอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการถูกระงับการใช้งาน หรือไม่ผ่านการตรวจสอบในอนาคต ดังนั้น การเลือกใช้บริการแบบ One-Stop Service เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดดำเนินไปอย่างรวดเร็วและไม่ผิดพลาด

4. การติดตั้งและระบบความปลอดภัย

หลังจากผ่านขั้นตอนการขออนุญาตมาแล้ว การติดตั้งเครื่องชาร์จรถไฟฟ้าเองก็ต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ทางไฟฟ้ากำหนด เพื่อให้สถานีชาร์จรถไฟฟ้าพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย ยืดอายุการใช้งานของเครื่องชาร์จ และลดค่าเสียหายได้เป็นอย่างดี

กลับกันหากติดตั้งผิดวิธีอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งไฟฟ้าลัดวงจร อุปกรณ์เสียหาย หรืออุบัติเหตุที่กระทบต่อผู้ใช้งาน

โดยงานติดตั้งที่ต้องควบคุมให้ได้มาตรฐานประกอบไปด้วย

  • การเดินระบบไฟฟ้าตามมาตรฐาน เช่น การเดินท่อร้อยสาย การจัดวางตู้ควบคุม และการแยกวงจรของเครื่องชาร์จ
  • ระบบป้องกันเช่น เบรกเกอร์ไฟรั่ว RCD มิเตอร์ย่อย และอุปกรณ์ตัดไฟฉุกเฉิน
  • ระบบกราวด์ที่ได้ค่าความต้านทานตามมาตรฐาน เพื่อป้องกันไฟดูดและไฟรั่ว
  • ทดสอบก่อนเปิดใช้งานเพื่อเช็กโหลด ความเสถียรของระบบ และการสื่อสารของเครื่องชาร์จ
วางระบบหลังบ้านสถานีชาร์จรถไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชัน เพื่ออำนวยความสะดวก

5. วางระบบบริหารจัดการหลังบ้าน

หลังจากติดตั้งและทดสอบระบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่จะช่วยยกระดับธุรกิจได้คือ ระบบบริหารจัดการเพื่อควบคุมการทำงาน ตรวจสอบรายได้ และอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งาน เป็นระบบที่เปรียบเสมือนสมองของสถานีชาร์จรถไฟฟ้าที่ทำให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างราบรื่น

โดยสิ่งที่ระบบ Back-end ควรมี ได้แก่

  • ตั้งค่าราคาค่าชาร์จปรับราคาได้ตามช่วงเวลา หรือตามประเภทผู้ใช้
  • ติดตามสถานะหัวชาร์จแบบเรียลไทม์ ดูได้ว่ากำลังใช้งาน ปิด หรือเกิดข้อผิดพลาด
  • ระบบชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน เช่น สแกนจ่าย QR หรือผูกบัตร เพื่อความสะดวกของลูกค้า
  • รายงานยอดชาร์จและรายได้ (Dashboard) ช่วยให้เจ้าของธุรกิจรู้ผลการดำเนินงานทุกวัน
  • รองรับการจัดการหลายหัวชาร์จ เหมาะสำหรับสถานีที่ต้องการเติบโตในอนาคต

การมีระบบบริหารจัดการที่ดีช่วยลดงานดูแลซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และทำให้สถานีชาร์จรถไฟฟ้าสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเฝ้าระบบตลอดเวลา

เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายกับ ณัฐภูมิ วิศวกรรม บริการติดตั้ง EV Charger Station

การเปิดสถานีชาร์จรถไฟฟ้าอาจดูเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อน แต่ถ้าดำเนินทุกขั้นตอนอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น ก็จะสามารถเริ่มธุรกิจสถานีชาร์จรถไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย พร้อมสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องระยะยาว การมีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญงานระบบไฟฟ้าและ EV Charger โดยเฉพาะ จะช่วยลดความเสี่ยง ทำให้การดำเนินโครงการราบรื่น และประหยัดต้นทุนทำสถานีชาร์จรถไฟฟ้าในภาพรวมได้อย่างมาก

ณัฐภูมิ วิศวกรรม ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 และพร้อมดูแลแบบ One-Stop Service ด้วยบริการออกแบบ ติดตั้ง บำรุงรักษาเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า ตั้งแต่การประเมินระบบไฟฟ้าหน้างาน ดำเนินเรื่องขออนุญาต ติดตั้งตามมาตรฐานความปลอดภัย ไปจนถึงดูแลระบบหลังติดตั้งและบริการบำรุงรักษา เพื่อให้ทุกโครงการเปิดใช้งานได้อย่างราบรื่น ถูกต้อง และคุ้มค่าที่สุด

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติดต่อเรา

หรือโทร 098-291-4911⁣ และแอดไลน์ @npeng

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานีชาร์จรถไฟฟ้า

1. จำเป็นต้องมีที่บังแดดหรือหลังคาบริเวณพื้นที่ติดตั้งหรือไม่?

แนะนำให้ติดตั้งหลังคา เพราะหลังคาจะช่วยป้องกันอุปกรณ์จากแดดและฝน ลดอุณหภูมิการทำงาน และยืดอายุเครื่องชาร์จ รวมถึงยกระดับภาพลักษณ์ให้กับสถานีชาร์จรถไฟฟ้าได้ไปในตัว

2. ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเปิดสถานีชาร์จรถไฟฟ้าได้จริง?

ส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาอยู่ที่ 30 – 90 วัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบไฟฟ้าเดิม ขั้นตอนการขออนุญาต และจำนวนหัวชาร์จที่ต้องติดตั้ง หากต้องขยายหม้อแปลงหรือเพิ่มกำลังไฟ ก็จะใช้เวลายาวนานมากขึ้นตามความซับซ้อนของงาน

3. ต้องทำระบบกันฟ้าผ่าหรือไม่?

แนะนำให้ทำในทุกกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานีชาร์จรถไฟฟ้าที่ใช้เครื่องชาร์จแบบ DC เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในมีความไวสูง การติดตั้ง Surge Protection และระบบกราวด์ที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันความเสียหายจากแรงดันกระชากได้

Share:
Facebook
WhatsApp
Email
Picture of Nutthaphume Engineering
Nutthaphume Engineering

ให้บริการอย่างครบวงจร ให้คำปรึกษา ออกแบบ
ติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าแรงสูง/แรงต่ำ ระบบโซลาร์เซลล์ ระบบเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger)

เลือกอ่าน

Nutthaphume Engineering ให้บริการอย่างครบวงจร

ให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าแรงสูง/แรงต่ำ ระบบโซลาร์เซลล์ ระบบเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger)