10 ข้อควรรู้ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนใช้รถยนต์ไฟฟ้า ออกทริปเดินทางไกลในช่วงสงกรานต์

เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่หลายคนรอคอยเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไปท่องเที่ยวพักผ่อน ซึ่งปีนี้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องถึง 5 วัน นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพารถยนต์คู่ใจออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตอนนี้การเดินทางไกลไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไปเพราะสถานีชาร์จมีมากขึ้นและกระจายตัวครอบคลุมทุกเส้นทางหลัก ทำให้มีตัวเลือกในการแวะพักและชาร์จไฟมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวก่อนเดินทางก็ยังคงจำเป็นและมีความสำคัญ เพื่อให้การเดินทางราบรื่นและปลอดภัย บทความนี้มี 10 ข้อควรรู้ที่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกทริปด้วยรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงสงกรานต์นี้
รถยนต์ไฟฟ้า

1. วางแผนการเดินทาง ตรวจสอบระยะทางและเส้นทาง

วางแผนการเดินทาง

ก่อนออกเดินทาง เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าควรศึกษาเส้นทางที่จะไปให้ละเอียด เริ่มตั้งแต่ระยะทางที่ต้องขับ แผนที่เส้นทางที่ต้องใช้ รวมถึงการคำนวณพลังงานที่ต้องใช้ จากนั้นควรหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานีชาร์จระหว่างเส้นทางที่ขับผ่านโดยใช้แอปพลิเคชันเช่น PEA VOLTA หรือ EA Anywhere เพื่อกำหนดจุดจอดแวะชาร์จไฟและวางแผนในการจองคิวชาร์จไฟล่วงหน้าได้

2. ตรวจสอบสภาพรถยนต์ไฟฟ้า

ควรตรวจสอบสภาพรถยนต์ไฟฟ้าก่อนเดินทางไกลเพื่อให้แน่ใจว่ารถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานที่สุด เริ่มตั้งแต่การตรวจสภาพภายนอกด้วยตาเปล่า ตรวจเช็กสภาพของยางรถยนต์ แบตเตอรี่ ระบบเบรก ระบบไฟส่องสว่าง แตร ใบปัดน้ำฝน น้ำยาฉีดกระจก ยางอะไหล่ เป็นต้น การตรวจสภาพรถก่อนเดินทางจะช่วยป้องกันปัญหาไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางได้

3. จัดการสัมภาระอย่างเหมาะสม

ก่อนออกเดินทางควรวางแผนเรื่องการบรรทุกสัมภาระอย่างเหมาะสม ควรเตรียมสัมภาระไปเท่าที่จำเป็น หลีกเลี่ยงการบรรทุกสัมภาระที่มีน้ำหนักมากเกินไป และจัดวางสัมภาระให้เป็นระเบียบ ยิ่งมีสัมภาระมากจะยิ่งทำให้รถใช้พลังงานมากขึ้น ส่งผลต่อระยะทางวิ่งจะอาจลดลง หากคำนวณสัมภาระได้พอดีก็จะไม่ส่งผลต่อระยะทางขับขี่มากนัก ทำให้ช่วยประหยัดพลังงานได้มากขึ้น

4. เตรียมเอกสารสำคัญและอุปกรณ์ฉุกเฉิน

รถยนต์ไฟฟ้า ev

เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าควรเตรียมใบขับขี่ เอกสารประกันภัย พรบ. และสำเนาเล่มทะเบียนรถให้พร้อม รวมถึงอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟฉาย ถังดับเพลิง ชุดปะยางฉุกเฉิน และชุดปฐมพยาบาล เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง อีกหนึ่งสิ่งที่ควรมีติดรถไว้เสมอคือสายชาร์จสำรอง เผื่อกรณีฉุกเฉินที่สายชาร์จเส้นหลักเสียหรือไม่สามารถใช้งานได้ จะได้มีสายสำรองไว้ใช้ทดแทนได้

5. คำนวณและเผื่อเวลาในการชาร์จ

ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าต้องระลึกไว้เสมอว่าช่วงเทศกาลนั้นจะมีรถยนต์มากกว่าปกติ ดังนั้นควรกะระยะทางวิ่งของรถยนต์ไฟฟ้าให้ลดลงจากปกติเล็กน้อย และเผื่อเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ให้มากกว่าปกติ เพราะคุณต้องเจอกับเพื่อนร่วมทางเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับผู้ใช้สถานีชาร์จที่จะมีจำนวนหนาแน่นกว่าปกติแน่นอน 

6. ตรวจสอบสภาพการจราจรและสภาพอากาศ

ก่อนออกเดินทางผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าควรตรวจสอบสภาพการจราจรและสภาพอากาศ หากพบว่าเส้นทางที่จะไปมีการจราจรหนาแน่น ควรมองหาเส้นทางเลี่ยงหรือเส้นทางสำรอง นอกจากนี้ ควรตรวจสอบสภาพถนนเพื่อเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมซึ่งอาจส่งผลต่อระบบไฟฟ้าของรถ การรู้เกี่ยวกับสภาพการจราจร สภาพถนน และสภาพอากาศล่วงหน้าจะช่วยให้คุณสามารถปรับแผนการเดินทางและเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์จะขึ้นขึ้นได้ดีขึ้น

7. ศึกษาการชาร์จรูปแบบต่าง ๆ

ชาร์จรถไฟฟ้า ev

เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าควรศึกษาทำความเข้าใจความแตกต่างของหัวชาร์จแต่ละแบบให้ถี่ถ้วน รวมถึงสเปกและความเร็วในการชาร์จ เช่น AC Normal Charge กับ DC Fast Charge เพื่อจะได้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับรถของตัวเอง และเตรียมสายชาร์จเสริมสำหรับบางสถานีที่อาจใช้หัวชาร์จแตกต่างกัน นอกจากนี้ควรคำนวณค่าใช้จ่ายในการชาร์จล่วงหน้าและเตรียมงบประมาณให้พร้อม

8. คำนึงถึงปัจจัยที่ทำให้แบตเตอรี่หมดไว

การเปิดแอร์เย็นจัด เปิดเพลงเสียงดัง หรือขับรถด้วยความเร็วสูงต่อเนื่องนาน ๆ จะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น ผู้ขับขี่ควรคำนึงถึงปัจจัยที่ทำให้แบตเตอรี่หมดไวเหล่านี้แล้วปรับการขับขี่ให้เหมาะสม อาจจะใช้ความเร็วคงที่วิ่งไปเรื่อย ๆ หรือเลือกใช้ระดับการ Regenerative Braking ที่มากขึ้นเมื่อลงทางลาดชัน ก็จะช่วยเพิ่มระยะทางวิ่งได้มากขึ้น นอกจากนี้ไม่ควรรอให้ระดับแบตเตอรี่เหลือน้อย ๆ แล้วค่อยมองหาสถานีชาร์จ ควรวางแผนชาร์จเมื่อแบตเตอรี่เหลือประมาณ 20-30% เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการหาสถานีชาร์จไม่ทันหรือสถานีเต็ม

9. วางแผนการพักรถระหว่างทาง

แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะไม่ต้องเติมน้ำมันเหมือนรถสันดาป แต่การขับต่อเนื่องเป็นเวลานานในช่วงเทศกาลอาจทำให้ผู้ขับขี่เกิดความเมื่อยล้า เครียด อ่อนเพลีย หรือง่วงนอน ควรวางแผนพักรถทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้รถและตัวคุณเองได้พัก ได้ยืดเส้นยืดสาย ทานข้าว ดื่มกาแฟ พร้อมกับชาร์จไฟไปพร้อมกัน

10. พักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง

รถไฟฟ้า

ก่อนการเดินทางไกลทุกครั้งสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือการพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์ที่มีปริมาณรถยนต์หนาแน่น การเดินทางในช่วงนี้จะใช้พลังกายมากกว่าปกติมาก หากพักผ่อนอย่างเพียงพอก็จะช่วยให้คุณมีความสดชื่น ไม่ง่วง และมีความพร้อมในการขับขี่รถยนต์ทางไกลเป็นเวลานาน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น

เดินทางไกลด้วยรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงสงกรานต์ไม่ใช่เรื่องยาก

หากคุณเตรียมตัวให้พร้อมและวางแผนอย่างรอบคอบ ศึกษาข้อมูลเส้นทางและสถานีชาร์จมาเป็นอย่างดี การเดินทางไกลด้วยรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงสงกรานต์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก นอกจากการวางแผนก็ควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมเดินทาง และชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ให้เต็มจากบ้านก่อนออกเดินทาง เพียงเท่านี้คุณก็จะช่วยให้คุณขับรถท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาวสงกรานต์ได้อย่างไร้กังวล

สำหรับบ้านที่มีรถยนต์ไฟฟ้า การติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไว้ที่บ้านเป็นเรื่องที่ควรทำเพราะเพิ่มความสะดวกสบายและลดปัญหาในการวิ่งหาสถานีชาร์จ Nutthaphume Engineering มีบริการออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) ครบวงจร ให้บริการด้วยทีมงานคุณภาพ เลือกใช้เครื่องชาร์จรถไฟฟ้าจากแบรนด์ Wallbox ระดับโลก และดำเนินงานอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับความต้องการ ติดตั้งตามมาตรฐานสากล พร้อมทั้งบริการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณมั่นใจในความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการใช้งานทุกครั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

สนใจติดตั้งเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า ปรึกษาทีมงานเพิ่มเติมหรือขอใบเสนอราคา ติดต่อเรา

Share:
Facebook
WhatsApp
Email
Picture of Nutthaphume Engineering
Nutthaphume Engineering

ให้บริการอย่างครบวงจร ให้คำปรึกษา ออกแบบ
ติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าแรงสูง/แรงต่ำ ระบบโซลาร์เซลล์ ระบบเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger)

เลือกอ่าน

Nutthaphume Engineering ให้บริการอย่างครบวงจร

ให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าแรงสูง/แรงต่ำ ระบบโซลาร์เซลล์ ระบบเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger)